เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 2 ปี! หลุด 33 บาท หลังเฟดลดดอกเบี้ยแรง โดย 3 เดือนที่ผ่านมา แข็งค่าขึ้นถึง 10.8%

เงินบาทแข็งค่าหลุด 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทำสถิติแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 2 ปี หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.50% สู่ระดับ 4.75-5.00% ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัว นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าแนวโน้มดอกเบี้ยของสหรัฐยังคงเป็นขาลงต่อเนื่อง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ค่าเงินบาทสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงแข็งค่า แม้จะมีแรงกดดันจากการปรับตัวลดลงของราคาทองคำในตลาดโลก นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิพันธบัตรและหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงวันที่ 16-20 กันยายน 2567 เงินทุนไหลเข้าตลาดพันธบัตรไทยสุทธิกว่า 9,976 ล้านบาท และซื้อหุ้นไทย 5,865 ล้านบาท ส่งผลให้เงินบาทปิดตลาดที่ 33.03 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่แข็งค่าสุดในรอบ 19 เดือน
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ชี้ว่า ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา โดยแข็งค่าขึ้นถึง 10.8% นับตั้งแต่ต้นไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีค่าเงินแข็งค่าสูงสุดเมื่อเทียบกับประเทศคู่ค้าและคู่แข่ง รองจากมาเลเซียเท่านั้น นักวิเคราะห์เตือนว่าผู้ส่งออกไทยอาจได้รับผลกระทบจากความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่พึ่งพาต้นทุนวัตถุดิบในประเทศ
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า (23-27 ก.ย.) ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือ ตัวเลขการส่งออกของไทย ราคาทองคำในตลาดโลก และทิศทางเงินทุนต่างชาติ นอกจากนี้ การปรับลดดอกเบี้ยของเฟดในครั้งนี้ยังส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งอาจกดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าและเงินบาทแข็งค่าต่อไป









