จีนอาจกลับลำเปิดรับคริปโตอีกครั้ง หลังทรัมป์ชนะเลือกตั้ง – ฮ่องกงกลายเป็นจุดทดลอง Web3

จีนอาจกำลังพิจารณาทบทวนท่าทีต่อ Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซีอีกครั้ง หลังจากที่เคยสั่งแบนอย่างเข้มงวดในปี 2017 โดยล่าสุด Deng CEO ของ HashKey Global ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า ฮ่องกงเริ่มมีบทบาทสำคัญในฐานะ “ห้องทดลอง” สำหรับนวัตกรรมการเงินและเทคโนโลยีของจีนแผ่นดินใหญ่ โดยอาศัยนโยบาย “หนึ่งประเทศ สองระบบ” เปิดทางให้มีการพัฒนาและทดลองใช้เทคโนโลยี Web3 และคริปโตได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น
Deng ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสำคัญของท่าทีจีนเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งของ Donald Trump ในปลายปี 2024 ซึ่งทำให้จีนมองเห็นโอกาสใหม่ในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล โดยคาดว่ารัฐบาลใหม่ของสหรัฐจะมีแนวทางที่ชัดเจนในการกำกับดูแลคริปโต ซึ่งอาจส่งผลให้ประเทศอื่น รวมถึงจีน ปรับตัวตามในอนาคต
แม้ธนาคารกลางจีนจะยังไม่รับรองคริปโตเป็นเงินที่ถูกกฎหมาย แต่กฎหมายก็ไม่ได้ห้ามการใช้งานโดยตรง และประชาชนยังสามารถถือครองหรือซื้อขายได้เองภายใต้ความเสี่ยง Deng เชื่อว่าความชัดเจนของกฎระเบียบในสหรัฐจะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้หลายประเทศ รวมถึงจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และยุโรป ปรับท่าทีเพื่อรองรับอุตสาหกรรมคริปโตและ Web3 อย่างจริงจังมากขึ้น
ทั้งนี้ จีนเคยเป็นศูนย์กลางของการทำธุรกรรม Bitcoin ระดับโลกในช่วงก่อนปี 2013 แต่ได้ลดบทบาทลงหลังมาตรการแบนในปี 2017 อย่างไรก็ตาม สัญญาณล่าสุดจากฮ่องกงและภาคเอกชน อาจบ่งชี้ถึงการกลับมาสู่เวทีคริปโตของจีนอีกครั้งภายใต้กติกาใหม่.









