Bitcoin ร่วงหนัก 7% Altcoin สุดยับ! หลัง Trump ขู่ขึ้นภาษีสินค้าจีน สร้างแรงเทขาย “panic sell” สูญกว่า $9 พันล้านใน 24 ชั่วโมง

ตลาดคริปโตทั่วโลกปั่นป่วน หลังประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศเตรียม “ขึ้นภาษีสินค้าจีนครั้งใหญ่” เพื่อตอบโต้ที่จีนเข้มงวดมาตรการควบคุมการส่งออก rare-earth elements ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ส่งผลให้ราคาของ Bitcoin (BTC) ดิ่งลงกว่า 7% ภายในวันเดียว
แรงเทขายหนัก ฉุด Bitcoin หลุดแนวรับ $118,000
หลัง Trump โพสต์แถลงการณ์ยาวผ่าน Truth Social เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ราคาของ Bitcoin ร่วงแตะจุดต่ำสุดที่ $105,000 ภายในไม่กี่ชั่วโมง
ข้อมูลจาก Coinglass ระบุว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีการถูก liquidate รวมกว่า $9 พันล้าน โดยเฉพาะฝั่งนักลงทุนที่เปิดสถานะ long สูญเงินไปกว่า $600 ล้าน ภายในเวลาเพียง 4 ชั่วโมงหลังประกาศของ Trump ตลาดคริปโตโดยรวมอยู่ในภาวะ “panic sell” นักลงทุนเร่งขายสินทรัพย์เสี่ยง หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง
จีนคุมเข้มการส่งออกแร่หายาก สะเทือนห่วงโซ่อุปทานโลก
เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อจีนประกาศขยายมาตรการควบคุมการส่งออก rare-earth elements ระหว่างวันที่ 9–10 ตุลาคม โดยเพิ่มข้อจำกัดทั้งต่อแร่ดิบ เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยใช้ทรัพยากรจากจีน
รัฐบาลปักกิ่งยังส่งสัญญาณจะ “เข้มงวดพิเศษ” กับการใช้งานในอุตสาหกรรม defense, semiconductor และ AI นักวิเคราะห์มองว่าการเคลื่อนไหวนี้อาจเป็น “supply chain shock” หรือแรงสั่นสะเทือนต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก เพราะจีนถือครองสัดส่วนการผลิต rare-earth ถึง 70% ของโลก และครองการแปรรูปมากถึง 90% ทันทีหลังประกาศ หุ้นเหมืองแร่ rare-earth นอกจีนพุ่งแรงจากความคาดหวังด้านอุปทานที่ตึงตัว ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมกลับร่วง เพราะกังวลต่อภาวะขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญ
ตลาดหุ้น-คริปโตทั่วโลกเทขายพร้อมกัน
แรงกดดันจากสงครามการค้าทำให้ S&P 500 ร่วงลง 2% และ Nasdaq ดิ่งถึง 2.7% นักลงทุนแห่ลดความเสี่ยงในพอร์ต ขณะที่ Bitcoin ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับหุ้นเทคโนโลยี ก็ถูกลากลงไปด้วย ฝั่งยุโรปแสดงความกังวลอย่างหนัก โดยเจ้าหน้าที่อียูกล่าวว่ามาตรการของจีน “เป็นเรื่องน่ากังวลอย่างยิ่ง” ขณะที่รัฐบาลวอชิงตันกำลังพิจารณามาตรการตอบโต้
Trump ลั่น “จีนพยายามจับโลกเป็นตัวประกันด้วยทรัพยากร”
ในถ้อยแถลงของ Trump เขากล่าวหาว่าจีนกำลัง “ใช้ทรัพยากรเป็นอาวุธทางเศรษฐกิจ” และพยายาม “ผูกขาดตลาด rare-earth เพื่อกดดันประเทศอื่น”
เขายังระบุว่าสหรัฐฯ เองก็มี “ทรัพยากรสำคัญที่แข็งแกร่งกว่าและครอบคลุมกว่า” แต่ยังไม่เคยใช้ตอบโต้ จนกระทั่งจีนเริ่มลงมือก่อน Trump ยังตั้งข้อสงสัยว่า จีนอาจจงใจเลือกช่วงเวลาในการประกาศมาตรการนี้ให้ตรงกับการประกาศสันติภาพในตะวันออกกลาง เพื่อสร้างแรงกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจต่อสหรัฐฯ









