รัฐบาลสหรัฐฯ ขยับพอร์ตโอน Bitcoin มูลค่า $74.6 ล้าน – สัญญาณเทขายหรือแผนสะสม?

หลังเงียบหายไปหลายสัปดาห์ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เคลื่อนไหวอีกครั้งด้วยการโอน 667.624 BTC คิดเป็นมูลค่าราว $74.65 ล้าน ไปยัง address ใหม่ (bc1q5…) สร้างความตื่นตัวในตลาดคริปโต โดยข้อมูลจาก Arkham Intelligence ระบุว่า แม้จะมีการโอนดังกล่าว แต่รัฐบาลยังคงถือครอง Bitcoin จำนวนมากถึง 197,354 BTC หรือราว $21.95 พันล้าน รวมถึงพอร์ตสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดมูลค่ากว่า $22.78 พันล้าน
ตลาดผันผวนหลังข่าวโอน Bitcoin รัฐบาล – ราคาดิ่งกว่า 3%
การเคลื่อนไหวของรัฐบาลสหรัฐฯ จุดกระแสคาดเดาว่าอาจเป็นสัญญาณของการ “เทขาย” (sell-off) ส่งผลให้ ราคา Bitcoin ร่วงกว่า 3% ใน 24 ชั่วโมง ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการขายออกในระยะสั้นอาจไม่เกิดขึ้น โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Jameson Lopp ผู้ร่วมก่อตั้ง Casa ที่เผยว่าการขาย Bitcoin ครั้งล่าสุดของรัฐบาลเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2023 เมื่อฝ่ายบริหารของ Biden ขาย 9,861 BTC มูลค่า $215 ล้าน ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารของ Trump เคยมีท่าทีชัดว่าต้องการเก็บสะสม Bitcoin มากกว่าการขายออก
เสียงวิจารณ์และนโยบายคริปโตของรัฐ
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา David Sacks หรือ “Crypto Czar” ได้ออกมาโจมตีแนวทางการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลของรัฐบาล โดยระบุว่าตลอดทศวรรษที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ขาย Bitcoin ไปกว่า 195,000 BTC ด้วยมูลค่ารวมเพียง $366 ล้าน หากถือไว้จนถึงปัจจุบันจะมีมูลค่ากว่า $17 พันล้าน ในอีกด้านหนึ่ง รัฐ California ได้ออกกฎหมายใหม่ภายใต้ Senate Bill 822 เพื่อคุ้มครองสินทรัพย์คริปโตในความดูแลของรัฐ โดยกำหนดให้สินทรัพย์อย่าง Bitcoin, Ethereum และเหรียญดิจิทัลอื่น ๆ ต้องถูกเก็บไว้ในรูปแบบเดิม ห้ามแปลงเป็นเงินสดตามกฎหมาย Unclaimed Property Law (UPL)
รัฐบาลทั่วโลกทยอยขาย Bitcoin กดดันราคาชั่วคราว
ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในตลาดโลก — หลายประเทศเคยเทขาย Bitcoin ที่ยึดได้จากคดีความ เช่น เยอรมนี เคยถือครอง 50,000 BTC ที่ยึดจากเว็บไซต์ Movie2K ก่อนขายออกเกือบทั้งหมดในเดือนกรกฎาคม 2024 มูลค่ากว่า $2.89 พันล้าน ส่งผลให้ราคาช่วงนั้นหล่นต่ำกว่า $60,000 , สหราชอาณาจักร ก็ประกาศเตรียมขาย Bitcoin มูลค่ากว่า £5 พันล้าน ($6.5 พันล้าน) เพื่อเพิ่มรายได้รัฐ ตามรายงานของ The Telegraph
นักวิเคราะห์ชี้เป้า BTC อาจพุ่งแตะ $130K หลัง Fed มีแนวโน้มลดดอกเบี้ย
ข้อมูลจาก Arkham Intelligence ยังเผยว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา BlackRock และ Binance ได้เคลื่อนย้าย Bitcoin รวมกว่า $1.2 พันล้าน ซึ่งนักวิเคราะห์เชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับการปิดช่องว่างราคา (CME gap) บริเวณ $110K นักวิเคราะห์ชี้ว่าตลาดยังมีโซนสะสมสำคัญระหว่าง $116K–$120K และโซนสภาพคล่องระยะสั้นที่ $107K–$109K ซึ่งอาจทำให้ราคาเกิดความผันผวนหากมีแรงขายเพิ่มขึ้น ในมุมมองมหภาค Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX มองว่าการที่ธนาคารสหรัฐฯ อย่าง JPMorgan Chase เพิ่มการปล่อยสินเชื่อคือสัญญาณของสภาพคล่องที่สูงขึ้น ซึ่ง “More dollars means Bitcoin number goes up” — เงินหมุนเวียนมากขึ้นย่อมผลักดันราคาคริปโตให้สูงขึ้นในระยะยาว ขณะที่ Fabian Dori CIO ของ Sygnum Bank มองว่าภาพรวมตลาดคริปโตยังอยู่ในแนวโน้มเชิงบวก โดยข้อมูล PMI ล่าสุดสะท้อนการขยายตัวของภาคบริการในสหรัฐฯ เช่น การเงิน การแพทย์ และซอฟต์แวร์ ซึ่งช่วยเสริมเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ Shawn Young หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ MEXC Research ประเมินว่า Bitcoin อาจปรับขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ $126,000–$130,000 ภายในไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่ Kevin Lee จาก Gate.io เตือนถึงแรงกดดันระยะสั้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางภาษี แต่คาดว่าการลดดอกเบี้ยของ Fed ในวันที่ 28–29 ตุลาคมนี้ อาจเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ที่ช่วยหนุนให้ตลาดกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง.









