รายย่อยเทขายคริปโต ETF กว่า 140,000 ล้านบาท! ตลาดสะเทือน — แต่หุ้นยังถูกซื้อหนัก

JPMorgan เปิดเผยว่าแรงขายจากนักลงทุนรายย่อยในกองทุน Spot Bitcoin และ Ether ETF ซึ่งรวมมูลค่ากว่า 140,000 ล้านบาท เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ตลาดคริปโตปรับฐานรุนแรงในเดือนนี้ ขณะที่เงินลงทุนของรายย่อยยังคงไหลเข้าหุ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าการเทขายคริปโตไม่ใช่สัญญาณ Risk-off ทั้งระบบ
แรงสะเทือนล่าสุดในตลาดคริปโตเกิดขึ้นหลังจาก Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่าระดับต้นทุนผลิตหรือจุด Support ที่ JPMorgan ประเมินไว้ที่ราว 94,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 3.29 ล้านบาท ต่อเหรียญ โดยนักวิเคราะห์ของธนาคารระบุว่าแรงขายรอบนี้ไม่ได้มาจากกลุ่มนักลงทุนคริปโตสายอาชีพเหมือนในเดือนตุลาคม แต่เกิดจากแรงขายของผู้ลงทุนทั่วไปที่เลือกทำกำไรหรือปรับพอร์ตผ่าน Spot Bitcoin และ Ether ETF ในสหรัฐฯ ซึ่งถูกเทขายรวมกว่า 140,000 ล้านบาท และกลายเป็นสถิติสูงสุดแซงหน้าเดือนกุมภาพันธ์อย่างชัดเจน
รายงานระบุว่าในเดือนพฤศจิกายน นักลงทุนรายย่อยกลับเทเงินเข้าสู่กองทุนหุ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยซื้อหุ้นผ่าน ETF มากกว่า 96,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3.36 ล้านล้านบาท ซึ่งชี้ชัดว่าความเสี่ยงที่นักลงทุนมองเห็นยังคงจำกัดอยู่ในอุตสาหกรรมคริปโต ไม่ได้ลุกลามไปสู่สินทรัพย์เสี่ยงอื่น การแยกพอร์ตลงทุน — หุ้นยังซื้อ แต่ออกจากคริปโต — เกิดขึ้นในสามเดือนสำคัญคือ กุมภาพันธ์ มีนาคม และพฤศจิกายน สะท้อนภาพว่าแม้ทั้งสองตลาดจะถูกจัดเป็นสินทรัพย์เสี่ยง แต่รายย่อยยังบริหารมุมมองอย่างแยกส่วนไม่เหมือนกัน
Nikolaos Panigirtzoglou กรรมการผู้จัดการของ JPMorgan วิเคราะห์ว่าแรงขายรอบก่อนเกิดจากการลดเลเวอเรจในตลาด Perpetual Futures ของนักลงทุนสายคริปโต แต่ในเดือนพฤศจิกายน ไม่มีสัญญาณลดเลเวอเรจซ้ำรอบใหม่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงชี้ไปที่นักลงทุน Non-crypto เป็นหลัก เขากล่าวว่า “แรงเทขายส่วนใหญ่ในเดือนนี้มาจากรายย่อยที่ใช้ Spot ETF เป็นช่องทางหลักในการเข้าตลาดคริปโต” ซึ่งสะท้อนว่าความกดดันไม่ได้มาจากโครงสร้างตลาดด้านใน
แม้ตลาดคริปโตจะเผชิญแรงขาย แต่ความสัมพันธ์ระหว่างตลาดคริปโตกับหุ้นเทคขนาดเล็กยังคงเดินไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะดัชนี Russell 2000 Tech ที่สะท้อนภาพการลงทุนด้านนวัตกรรมและกลุ่มลงทุนสาย Venture ขณะที่กลุ่มรายย่อยสายเก็งกำไรสูง — เช่นผู้เล่น Call Option รายสัปดาห์ — เริ่มชะลอการเทรดลงในช่วงสองสัปดาห์ล่าสุด แต่เป็นเพียงการลดจังหวะหลังจากความร้อนแรงในเดือนก่อน มิได้เปลี่ยนเทรนด์ระยะยาวที่ยังเป็นขาขึ้นตั้งแต่ปี 2023
โดยสรุป JPMorgan ย้ำว่าแรงขาย ETF ด้านคริปโตไม่ใช่สัญญาณความเสี่ยงต่อระบบการเงิน หรือการหนีสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวม เพราะกระแสเงินยังคงไหลเข้าหุ้นอย่างต่อเนื่องจากฝั่งรายย่อย เพียงแต่เดือนนี้นักลงทุนเลือก “พัก” จากตลาดคริปโตมากกว่า









