MegaETH ล้มหนัก! คืนเงินกว่า 14,400 ล้านบาท หลัง USDm เปิดตัวพังเพราะบั๊ก multisig

MegaETH ล้มหนัก! คืนเงินกว่า 14,400 ล้านบาท หลัง USDm เปิดตัวพังเพราะบั๊ก multisig

ข่าวสาร
November 28, 2025 by cryptocamping
Frame 1130 - 2025-11-28T144850.164

MegaETH ต้องประกาศคืนเงินกว่า 14,400 ล้านบาท ให้กับผู้ร่วมฝากเงินล่วงหน้า (Pre-Deposit) หลังการเปิดตัว stablecoin USDm ล้มเหลวเพราะปัญหาด้านเทคนิค ตั้งแต่ multisig ผิดพลาด ไปจนถึงระบบ bridge ล่ม จนยอดฝากทะลุเพดานที่ตั้งไว้แบบไม่ตั้งใจ


โครงการ Ethereum Layer-2 อย่าง MegaETH เผชิญหนึ่งในเหตุการณ์สะดุดครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มพัฒนา เมื่อการเปิดให้ pre-deposit สำหรับ stablecoin USDm เกิดความผิดพลาดทั้งจากฝั่งผู้ให้บริการ bridge และการตั้งค่าธุรกรรม multisig ที่คลาดเคลื่อน ส่งผลให้ยอดฝากพุ่งทะลุ มากกว่า 14,400 ล้านบาท ภายในเวลาไม่นาน และเกินกว่าข้อจำกัดที่ทีมพัฒนาวางไว้ตั้งแต่แรกอย่างชัดเจน เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในวันเปิดตัว ซึ่ง MegaETH ตั้งเป้ารับเงินฝากเริ่มต้นที่ 250 ล้านดอลลาร์ แต่ระบบ bridge ของผู้ให้บริการภายนเกิดปัญหาล่มกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนจะกลับมาทำงานได้อีกครั้งและทำให้ยอดฝากแตะระดับสูงสุดในไม่กี่นาที ทีมงานจึงพยายามขยายเพดานเป็น 1 พันล้านดอลลาร์เพื่อรองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น

แต่ระหว่างขั้นตอนการปรับเพดานธุรกรรมสำคัญที่ควบคุมค่าพารามิเตอร์ของ contract กลับถูกตั้งค่าให้ต้องการ 4 ลายเซ็น จากเดิมที่ควรใช้เพียง 3 ลายเซ็น ทำให้ธุรกรรมถูกเปิดโอกาสให้ “บุคคลภายนอก” สามารถทำการ execute คิวธุรกรรมได้ก่อนเวลาเกือบ 34 นาที ส่งผลให้การฝากเปิดก่อนกำหนด และยอดพุ่งทะลุเพดานที่ 400 ล้านดอลลาร์ในทันที แม้ทีมจะพยายามลดเพดานลงและขยับตัวเลขใหม่หลายครั้ง แต่ท้ายที่สุดก็ยุติแผนการขยายยอดฝากทั้งระบบ

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย blockchain ให้ความเห็นว่า “นี่เป็นตัวอย่างคลาสสิกของความเสี่ยงเชิงระบบเมื่อการตรวจสอบ parameter multisig ไม่รัดกุมพอ แค่น้ำหนักลายเซ็นผิดหนึ่งตัว ก็สามารถผลักดันให้แพลตฟอร์มเสี่ยงเสียหายได้ในระดับร้อยล้านดอลลาร์” พร้อมเสริมว่า ปัญหาเกิดขึ้นแม้ MegaETH จะเป็นหนึ่งในโปรเจ็กต์ Layer-2 ที่ได้รับการจับตาเรื่องสเกลประสิทธิภาพสูงสุดก็ตาม

ในเชิง ecosystem เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนความเปราะบางของโครงสร้างการเชื่อมต่อระหว่าง chain (cross-chain bridges) ซึ่งมักเป็นจุดอ่อนของอุตสาหกรรม แม้เทคโนโลยี Layer-2 จะช่วยเพิ่ม throughput ของ Ethereum จากระดับ 30 TPS ไปสู่ความสามารถที่ MegaETH เคลมว่าทำได้ถึง 100,000 TPS แต่ความผิดพลาดของ contract และ bridge ยังเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจทำให้เงินทุนหมุนเวียนในระบบสั่นคลอนได้ทันที กรณีนี้ยังเป็นสัญญาณเตือนสำหรับโปรโตคอลอื่น ๆ ที่ใช้ token bridge ว่าต้องเพิ่มระดับ auditing และการควบคุมสิทธิ์ให้เข้มงวดขึ้นกว่าเดิม

MegaETH ยืนยันว่าจะคืนเงินทั้งหมดเมื่อสัญญาคืนเงินผ่านการ audit สมบูรณ์ และเตรียมเปิด bridge เวอร์ชันใหม่สำหรับแปลง USDC–USDm ก่อนเข้าสู่ช่วง Frontier mainnet beta ซึ่งเป็นเฟสสำคัญของเครือข่าย โดยทีมย้ำว่าจะปรับปรุงระบบควบคุม contract และการตรวจสอบความปลอดภัยให้เข้มงวดขึ้นหลังเหตุการณ์ครั้งนี้

Related posts