Ledger Nano ที่ยึดจาก “นานา” ซ่อนเงินคริปโตหลักร้อยล้านได้จริงไหม?

Ledger Nano ที่ยึดจาก “นานา” ซ่อนเงินคริปโตหลักร้อยล้านได้จริงไหม?

ข่าวสาร
December 4, 2025 by cryptocamping
Frame 1130 - 2025-12-04T141413.540

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจยึด Ledger Nano X จากบ้านพักนานา ไรบีนา กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็น “ตู้เซฟซ่อนเงินคริปโต” แต่ความจริงอุปกรณ์นี้ไม่ได้เก็บเหรียญแม้แต่บาทเดียว หากเป็นเพียงกล่องเก็บ “กุญแจลับ” ที่ใช้เข้าถึงทรัพย์สินดิจิทัลบนบล็อกเชนเท่านั้น


เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ. ได้ควบคุมตัว นานา ไรบีนา ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฉ้อโกง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 195 ล้านบาท (ประมาณ 195,000,000 บาท) จากบ้านพักย่านพระโขนง พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินรวมราว 10 ล้านบาท ทั้งกระเป๋าแบรนด์เนม เครื่องประดับ รถยนต์ รวมถึงอุปกรณ์ Ledger Nano X ซึ่งเป็นฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่ชาวคริปโตส่วนใหญ่รู้จักกันดี ถือเป็นเบาะแสสำคัญที่สังคมตั้งคำถามว่า “นานาซ่อนเงินไว้ในนี้หรือไม่”

แต่ตามหลักการทำงานจริง Ledger ไม่ใช่กล่องเก็บเงินดิจิทัลแบบที่หลายคนเข้าใจ ตรงกันข้าม มันเป็นเพียงที่เก็บ Private Key หรือ “กุญแจเข้าตู้เซฟอีกชั้น” เท่านั้น โดยตัวเหรียญ เช่น BTC หรือ ETH ยังคงอยู่บนบล็อกเชน ไม่ได้ถูกเก็บอยู่ในอุปกรณ์แต่อย่างใด แม้อุปกรณ์จะหายหรือถูกยึด เหรียญก็ไม่หายตราบใดที่ผู้ถือยังมี Seed Phrase ซึ่งเป็นรหัสกู้คืนความเป็นเจ้าของ ด้วยเหตุนี้การค้นพบ Ledger ในคดีนี้จึงไม่ได้หมายความว่าพบเงินที่ซ่อนอยู่ แต่พบ “ตัวควบคุมในการเข้าถึงเงิน” ต่างหาก

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยคริปโตระบุว่า “Ledger คืออุปกรณ์ที่ป้องกันการขโมยคีย์ ไม่ใช่ที่ซ่อนเหรียญ หากไม่มี Seed Phrase อุปกรณ์นี้ก็แทบไม่มีมูลค่า เพราะเปิดอะไรไม่ได้เลย” พร้อมแนะว่าผู้ใช้ควรเก็บ Seed Phrase แยกจากอุปกรณ์เสมอเพื่อป้องกันการสูญเสียที่เข้าถึงไม่ได้ในอนาคต

ผลกระทบของเหตุการณ์นี้ทำให้หลายคนเห็นภาพชัดขึ้นว่าความปลอดภัยในโลกคริปโตไม่ได้ขึ้นกับการซ่อนอุปกรณ์ แต่อยู่ที่การจัดเก็บกุญแจสำคัญอย่างถูกต้อง การที่ Ledger ถูกยึดในคดีใหญ่ยิ่งทำให้เกิดการพูดคุยเรื่อง ecosystem ของฮาร์ดแวร์วอลเล็ต ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งาน Ledger มากกว่า 6 ล้านรายทั่วโลก และมูลค่ากว่า 20% ของสินทรัพย์คริปโตทั้งหมดอยู่ภายใต้การปกป้องของอุปกรณ์ลักษณะนี้ ส่งผลให้ความเข้าใจที่ผิดพลาดอาจนำไปสู่การใช้งานผิดวิธี และเพิ่มความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นต่อทั้งผู้ลงทุนและระบบโดยรวม

Related posts