ญี่ปุ่นกำลังจะ ‘หักมุม’ ดอกเบี้ย! เม็ดเงินหลายล้านล้านบาทจ่อไหลกลับประเทศ! คริปโตเตรียมรับแรงกระแทกหรือไม่?

สัญญาณการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กำลังสร้างความตื่นตระหนกในตลาดการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังมีกระแสข่าวว่า BOJ อาจพิจารณายกเลิกอัตราดอกเบี้ยติดลบในการประชุมครั้งต่อไป การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลเพียงแค่ตลาดพันธบัตรเท่านั้น แต่ยังแผ่ขยายความกังวลไปถึงสินทรัพย์เสี่ยงสูงอย่างคริปโตเคอร์เรนซี เนื่องจากนักลงทุนต่างจับตาผลกระทบจากการที่เงินเยนอาจแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วและการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของกระแสเงินทุนทั่วโลก
การคาดการณ์การปรับนโยบายของ BOJ เป็นประเด็นที่ถูกจับตามองมากที่สุดในสัปดาห์นี้ หลังจากที่ผู้ว่าการ BOJ ได้ส่งสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับนโยบายที่เน้นความยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งตีความได้ว่าธนาคารอาจกำลังเตรียมยุติยุคของอัตราดอกเบี้ยติดลบที่ดำเนินมายาวนาน การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดของการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษ และมีผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพันธบัตรทั่วโลก เพราะการที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่และมีเงินทุนมหาศาลที่ถูกนำไปลงทุนในต่างประเทศ เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง นักลงทุนทั่วโลกต่างกังวลว่าเม็ดเงินจำนวนมหาศาลนี้อาจถูกดึงกลับเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้เกิดการเทขายสินทรัพย์และพันธบัตรต่างประเทศอย่างฉับพลัน
นักวิเคราะห์ชั้นนำต่างมองว่า การเคลื่อนไหวของ BOJ คือ ‘การผงาด’ ครั้งสำคัญของญี่ปุ่นในเวทีการเงินโลก โดยผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งจากสถาบันการเงินระดับโลกได้กล่าวไว้ว่า “นี่ไม่ใช่แค่การปรับขึ้นดอกเบี้ยเล็กน้อย แต่คือการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของตลาดทุนโลก เงินเยนที่แข็งค่าขึ้นอาจกลายเป็นปัจจัยดึงดูดให้กระแสเงินลงทุนมูลค่าหลายล้านล้านบาทไหลกลับญี่ปุ่น ซึ่งจะสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อผลตอบแทนพันธบัตรและมูลค่าสินทรัพย์อื่น ๆ ทั่วโลก” การเปลี่ยนแปลงนี้ยังเป็นบทเรียนให้นักลงทุนตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงจากนโยบายของธนาคารกลางที่ไม่ใช่แค่ Fed หรือ ECB อีกต่อไป
ในส่วนของระบบนิเวศการลงทุน การที่กระแสเงินทุนทั่วโลกถูกบีบอัดจากการเปลี่ยนแปลงของ BOJ ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงอย่าง Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซี เมื่อเม็ดเงินจากตลาดพันธบัตรและหุ้นทั่วโลกเกิดการสั่นคลอน ความอยากเสี่ยง (Risk Appetite) ของนักลงทุนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้มีการขายทำกำไรในสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อถือครองเงินสดหรือสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า (Flight to Safety) นี่อาจเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการปรับฐานในตลาดคริปโตได้ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว การที่ BOJ กลับมาใช้นโยบายแบบปกติ (Normalization) อาจช่วยลดความบิดเบือนในระบบการเงินโลก ซึ่งจะนำไปสู่เสถียรภาพและความน่าเชื่อถือที่มากขึ้นในอนาคต









