VITALIK ไม่ทน! ท้าชน X เรียกร้อง “เปิดอัลกอริทึม” ด้วยเทคโนโลยีลับของ ETH!

Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ได้จุดประกายการสนทนาครั้งใหญ่ในโลกเทคโนโลยีและการเงิน โดยออกมาเรียกร้องอย่างเร่งด่วนให้ X (Twitter) และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ เพิ่มความโปร่งใสเกี่ยวกับวิธีการทำงานของอัลกอริทึมที่ใช้จัดอันดับเนื้อหา ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนครั้งสำคัญต่ออนาคตของเสรีภาพในการแสดงออกในโลกดิจิทัล ขณะที่ Ethereum กำลังเคลื่อนไหวอย่างแข็งแกร่งบริเวณ $3,100 ดอลลาร์ การเคลื่อนไหวของ Buterin จึงเป็นมากกว่าแค่การแสดงความคิดเห็น แต่คือการผลักดันให้หลักการของ Web3 เข้ามาปฏิวัติการควบคุมข้อมูลที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้
การเคลื่อนไหวเชิงรุกครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดคริปโทฯ กำลังมองหาทิศทางที่ชัดเจนและปริมาณเหรียญ ETH บนกระดานเทรดลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบทศวรรษ ซึ่งสร้างความคาดหวังเชิงบวกในระยะยาวต่อระบบนิเวศของ Ethereum โดย Buterin ได้ตอบกลับโพสต์ของ Davide Crapis หัวหน้าฝ่าย AI ของ Ethereum Foundation ที่เสนอให้แพลตฟอร์มที่สนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออกควรเปิดเผยหลักการทำงานของอัลกอริทึม แต่ Buterin ได้นำเสนอแนวคิดที่ล้ำหน้าไปอีกขั้น ด้วยการชูให้ใช้เทคโนโลยี Zero-Knowledge Proofs (ZK-Proofs) เพื่อตรวจสอบการตัดสินใจของอัลกอริทึมในทุกขั้นตอน วิธีนี้จะช่วยให้ X สามารถพิสูจน์ต่อสาธารณชนได้ว่าระบบทำงานอย่างยุติธรรมและเป็นกลางจริง โดยไม่ต้องเปิดเผยโค้ดอัลกอริทึมหรือข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อนของผู้ใช้งานแต่อย่างใด ถือเป็นการผสานรวมนวัตกรรมขั้นสูงของ Web3 เข้ากับปัญหาความน่าเชื่อถือของโซเชียลมีเดียที่กำลังเผชิญหน้ากับการเซ็นเซอร์และการจัดอันดับเนื้อหาอย่างไม่โปร่งใส
นอกจาก ZK-Proofs แล้ว Buterin ยังเสนอแนวคิดที่ยกระดับความโปร่งใสอย่างถึงที่สุด โดยการเสนอให้มีการบันทึกเวลา (Timestamp) ของเนื้อหาและการมีส่วนร่วมทั้งหมดลงบนระบบ On-chain ซึ่งจะทำให้แพลตฟอร์มไม่มีอำนาจที่จะแอบเซ็นเซอร์โพสต์หรือปรับเปลี่ยนไทม์ไลน์ของผู้ใช้ได้โดยไม่มีร่องรอยให้นักลงทุนและผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งแนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นถึงหลักการหลักของ Blockchain ที่เน้นความโปร่งใสและตรวจสอบได้ มาใช้เพื่อแก้ปัญหาความน่าเชื่อถือที่กัดกร่อนมูลค่าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในปัจจุบัน ซึ่งแนวคิดที่แข็งแกร่งนี้ยังสอดคล้องกับการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งของเครือข่าย Ethereum ที่เพิ่งมีการอัปเกรด Fusaka ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตามอง และตอกย้ำว่าวิสัยทัศน์ของ Ethereum ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเงิน แต่กำลังขยายไปสู่โครงสร้างพื้นฐานของสังคมดิจิทัล
เพื่อสร้างความรับผิดชอบในระยะยาว Buterin เสนอแนวทางที่สร้างสมดุลระหว่างความโปร่งใสและความปลอดภัย โดยการให้บริษัทโซเชียลมีเดียเผยแพร่โค้ดอัลกอริทึมฉบับเต็มสู่สาธารณะหลังจากใช้งานไปแล้ว 1-2 ปี ซึ่งช่วยให้สาธารณชนสามารถตรวจสอบการทำงานย้อนหลังได้โดยไม่กระทบต่อความได้เปรียบในการแข่งขันในทันที อย่างไรก็ตาม Buterin ได้แสดงความกังวลอย่างชัดเจนต่อทิศทางของ X ภายใต้การนำของ Elon Musk โดยระบุว่าหากแพลตฟอร์มถูกปล่อยให้กลายเป็นเครื่องมือสำหรับการคุกคามที่จัดตั้งขึ้นเป็นกลุ่ม (Organized Harassment) อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่น และนำไปสู่การต่อต้านจากสังคมในอนาคต ซึ่ง Buterin ได้เตือนว่าการกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะทำลายแนวคิดเรื่องเสรีภาพในการแสดงออก แต่ยังสร้างปัญหาที่ยากจะแก้ไข รวมถึงการชี้ให้เห็นถึงปัญหา Hate Speech ที่พุ่งเป้าไปยังยุโรปว่าเป็นเรื่องที่ถูกขยายความเกินจริงและสร้างความเกลียดชังโดยไม่จำเป็น ข้อเสนอนี้จึงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าชุมชน Web3 ที่นำโดย Buterin กำลังก้าวเข้ามาเป็นผู้เล่นหลักในการกำหนดบรรทัดฐานของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียขนาดใหญ่









