$500,000,000 หายวับ! Bitcoin OG สับปุ่ม ‘ล้างพอร์ต’ เลเวอเรจ BTC, ETH, SOL ท่ามกลางสัญญาณอันตราย!

$500,000,000 หายวับ! Bitcoin OG สับปุ่ม ‘ล้างพอร์ต’ เลเวอเรจ BTC, ETH, SOL ท่ามกลางสัญญาณอันตราย!

ข่าวสาร
December 16, 2025 by cryptocamping
Frame 1130 - 2025-12-16T143400.198

ในเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนวงการคริปโตเมื่อไม่นานมานี้ “1011short” วาฬ Bitcoin ระดับตำนานที่รู้จักกันในแวดวงการเทรด ได้ตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการ Liquidate หรือปิดสถานะ Leveraged Long ที่มีมูลค่ารวมกว่า $500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในสินทรัพย์หลักอย่าง Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH) และ Solana (SOL) การเทขายครั้งใหญ่นี้ถือเป็นมาตรการ De-Risking เชิงรุกที่บ่งชี้ถึงการปรับกลยุทธ์ของนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก ท่ามกลางภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูงและสัญญาณเตือนเรื่องการปรับฐานครั้งใหญ่ที่อาจจะมาถึง


วาฬรายนี้ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามแฝง ‘1011short’ ได้ดำเนินการลดสถานะที่ถือครองด้วยเลเวอเรจสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Ethereum (ETH), Bitcoin (BTC), และ Solana (SOL) ท่ามกลางสภาวะตลาดที่เริ่มส่งสัญญาณของการชะลอตัวในช่วงปลายปี 2025 ข้อมูลเผยว่าสถานะที่ถูกปิดไปนั้นประกอบด้วย Short Position ใน ETH มูลค่าราว $491 ล้าน และ Short Position ใน BTC มูลค่า $92.58 ล้าน ซึ่งการดำเนินการนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อลดการสัมผัสความเสี่ยง (Exposure) ต่อตลาดที่พวกเขาอาจมองว่าราคาสินทรัพย์ได้วิ่งขึ้นมาสูงเกินไป การเคลื่อนไหวของ ‘1011short’ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาในทันทีเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณที่ส่งตรงไปยังเทรดเดอร์รายย่อยและสถาบันต่าง ๆ ให้ต้องประเมินพอร์ตการลงทุนของตนเองใหม่

การตัดสินใจเทขายครั้งนี้ของวาฬระดับ OG ได้ตอกย้ำถึงความเปราะบางของตลาดคริปโตที่เต็มไปด้วยสภาพคล่องที่มาจากตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) และการใช้เลเวอเรจเกินขนาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ Leveraged Short ในสินทรัพย์หลักอย่าง ETH และ BTC นั้น เป็นการบ่งชี้ถึงมุมมองที่เชื่อว่าตลาดกำลังจะเกิดการปรับฐานที่รุนแรง และต้องการล็อคกำไรก่อนที่ตลาดจะพลิกกลับเป็นขาลง นักวิเคราะห์ชื่อดังจากบริษัทวิจัยด้านบล็อกเชนแห่งหนึ่งให้ความเห็นว่า “การ De-Leverage ของวาฬขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ มันแสดงให้เห็นถึงความกังวลอย่างแท้จริงในกลุ่มนักลงทุนที่มองเห็นภาพใหญ่ของตลาด การลดความเสี่ยงในปริมาณที่สูงกว่าครึ่งพันล้านดอลลาร์ เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า ถึงเวลาที่นักลงทุนควรจะ ‘Take Some Chips Off The Table’ และพิจารณาความเสี่ยงจากเลเวอเรจที่ตนเองแบกรับอยู่” บทเรียนที่ได้จากเหตุการณ์นี้คือ แม้แต่นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนาน ก็ยังคงต้องให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเป็นอันดับแรกเสมอ

ผลกระทบของการเทขายมูลค่ามหาศาลนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ราคาในระยะสั้น แต่เชื่อมโยงไปยังระบบนิเวศการเงินแบบกระจายอำนาจ (DeFi) ทั้งหมด เนื่องจากสถานะส่วนใหญ่ที่ถูกปิดคือการใช้เลเวอเรจผ่านแพลตฟอร์มการเงินแบบกระจายอำนาจ การ Liquidate ครั้งใหญ่เป็นเครื่องเตือนใจว่าการพึ่งพาสภาพคล่องและกลไกการค้ำประกัน (Collateral) ใน DeFi นั้นมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในช่วงที่ราคามีความผันผวนสูง การเคลื่อนไหวของ ‘1011short’ อาจนำไปสู่การ “De-Leverage Cascade” ที่ทำให้นักลงทุนรายอื่น ๆ ต้องปิดสถานะเลเวอเรจตามมาเพื่อป้องกันการถูกล้างพอร์ต ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันในการขายและเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดโดยรวม นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบเชิงลบต่อ Sentiment ของนักลงทุน โดยเฉพาะการเติบโตของ Altcoins ที่ต้องพึ่งพาสภาพคล่องจาก BTC และ ETH ที่เป็นคู่หลักในการซื้อขาย

Related posts