SOLANA UNSTOPPABLE: สยบ DDoS 6 Tbps ปิดตำนานเครือข่ายล่ม!

6 Terabits ต่อวินาที (6 Tbps) คือตัวเลขความรุนแรงของการโจมตีแบบ DDoS ที่ Solana เพิ่งเผชิญตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการโจมตีทางไซเบอร์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ในประวัติศาสตร์อินเทอร์เน็ต แต่สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือเครือข่ายยังคงทำงานได้ตามปกติ 100% โดยไม่มีการหยุดชะงัก (Downtime) หรือการดีเลย์ของธุรกรรม นับเป็นการปิดฉาก “Meme” เรื่องเครือข่ายล่มในอดีตและก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกคริปโต
เหตุการณ์การโจมตีแบบ Distributed Denial-of-Service (DDoS) ครั้งมโหฬารนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 ถึง 16 ธันวาคม 2025 โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้ระบบล่มสลายผ่านการส่งแพ็กเก็ตข้อมูลมหาศาลนับพันล้านชุดต่อวินาที ซึ่งในอดีตช่วงปี 2021-2022 การโจมตีในระดับที่เล็กกว่านี้มากเคยทำให้ Solana ต้องหยุดทำงานนานหลายชั่วโมงมาแล้ว แต่ในครั้งนี้ ข้อมูล On-chain ยืนยันว่าเครือข่ายยังคงสร้าง Block ได้อย่างต่อเนื่องและทำธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ในระดับ sub-second หรือไม่ถึง 1 วินาที โดยมีความล่าช้าของธุรกรรมเฉลี่ย (Median Confirmation Time) อยู่ที่เพียง 450 มิลลิวินาทีเท่านั้น ขณะที่เครือข่ายคู่แข่งอย่าง Sui กลับเผชิญกับปัญหาประสิทธิภาพลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเจอการโจมตีในรูปแบบที่คล้ายคลึงกันในช่วงเวลาเดียวกัน
ความสำเร็จในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นผลพวงจากการอัปเกรดเชิงวิศวกรรมที่สำคัญอย่างโปรโตคอล QUIC และระบบ Stake-Weighted Quality of Service (SWQoS) ที่ช่วยคัดกรองทราฟฟิกขยะออกไปและให้ความสำคัญกับธุรกรรมที่มีคุณภาพ Anatoly Yakovenko ผู้ก่อตั้ง Solana Labs ได้ออกมาให้ความเห็นผ่าน X ว่านี่คือสัญญาณที่ “Bullish” หรือเป็นบวกอย่างยิ่ง โดยระบุว่าในขณะที่ผู้โจมตีต้องจ่ายต้นทุนมหาศาลเพื่อส่งข้อมูลมาถล่มเครือข่าย แต่ระบบกลับดูดซับแรงกระแทกเหล่านั้นได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สอดคล้องกับมุมมองของนักวิเคราะห์จาก Pipe Network ที่ระบุว่านี่คือบททดสอบในโลกความเป็นจริงที่พิสูจน์ว่า Solana ได้พัฒนาจากเครือข่ายทดลองไปสู่ระบบ Production ที่มีความเสถียรระดับเดียวกับโครงสร้างพื้นฐานของ Google หรือ Cloudflare
ผลลัพธ์ของเหตุการณ์นี้ไม่ได้ส่งผลดีแค่ในแง่ของเทคนิคเท่านั้น แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นครั้งใหญ่ให้กับเหล่านักลงทุนสถาบันและโปรเจกต์ DePIN ที่ต้องการความเสถียรสูงสุดในการทำธุรกรรม การที่ราคา SOL สามารถยืนระยะเหนือแนวรับสำคัญที่ 126 ดอลลาร์ ท่ามกลางการโจมตีที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดเริ่มรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของพื้นฐานเครือข่าย การเปลี่ยนแปลงจากจำนวน Validator ที่เน้นปริมาณสู่กลุ่ม Validator ที่มีประสิทธิภาพสูงและระบบ Failover ที่รวดเร็ว กำลังทำให้ Solana กลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของ Ethereum ในฐานะ “Global Settlement Layer” และอาจส่งผลให้การจัดพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลระดับสถาบันเปลี่ยนทิศทางมาที่ Solana มากขึ้นในปีหน้า









