Bitcoin จะยังเป็น Safe Haven อยู่ไหม? เมื่อ “คอมพิวเตอร์ควอนตัม” อาจทุบราคาหลุด $50,000!

48 เดือน คือระยะเวลาที่เหลืออยู่ก่อนความปลอดภัยระดับโลกจะเปลี่ยนไป เมื่อนักวิเคราะห์เริ่มออกมาเตือนถึงปรากฏการณ์ “Quantum Supremacy” ที่อาจเกิดขึ้นในปี 2028 ซึ่งมีศักยภาพเพียงพอที่จะถอดรหัสลายเซ็นดิจิทัล (Digital Signatures) ของ Bitcoin ส่งผลให้เกิดแรงเทขายมหาศาลจากความตื่นตระหนก และอาจฉุดราคาให้ร่วงลงไปแตะระดับต่ำกว่า $50,000 อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หากเครือข่ายไม่สามารถอัปเกรดโปรโตคอลได้ทันท่วงที
ภัยคุกคามจากการมาถึงของคอมพิวเตอร์ควอนตัม (Quantum Computing) ไม่ใช่เรื่องในนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป เมื่อรายงานล่าสุดระบุว่าภายในปี 2028 เทคโนโลยีนี้จะมีขีดความสามารถในการประมวลผลที่สูงพอจะทำลายอัลกอริทึมการเข้ารหัสแบบเดิมที่โลกการเงินใช้งานอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบ Elliptic Curve Cryptography (ECC) ที่ Bitcoin ใช้ในการสร้างกุญแจสาธารณะและกุญแจส่วนตัวเพื่อยืนยันธุรกรรม หากคอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถย้อนกระบวนการเพื่อหา Private Key จาก Public Key ได้สำเร็จ นั่นหมายความว่าทรัพย์สินทั้งหมดในเครือข่ายบล็อกเชนจะตกอยู่ในสภาวะสุ่มเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมทันที ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เพียงผู้ถือเหรียญรายย่อย แต่ยังรวมถึงสถาบันการเงินและกองทุน ETF ที่ขยับเข้ามาถือครอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองในช่วงปีที่ผ่านมาด้วย
นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์มองว่า แรงกดดันด้านราคาที่อาจเกิดขึ้นในช่วงก่อนปี 2028 จะมาจาก “ความกลัวในสิ่งที่ยังไม่รู้” (FUD) มากกว่าการโจมตีจริง โดยตลาดย่อมตอบสนองต่อความเสี่ยงเชิงโครงสร้างด้วยการลดสัดส่วนการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงสูง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า “หากชุมชนนักพัฒนา Bitcoin ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกัน (Consensus) ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ Post-Quantum Cryptography ได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด เราอาจเห็นการไหลออกของเงินทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโตเคอร์เรนซี” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามูลค่าของ Bitcoin ไม่ได้ยึดโยงอยู่กับจำนวนเหรียญที่จำกัดเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของเกราะป้องกันทางดิจิทัลที่เคยถูกมองว่าไม่มีวันถูกเจาะได้อีกด้วย
ในเชิงระบบ การก้าวเข้าสู่ยุคควอนตัมจะบังคับให้ Ecosystem ของบล็อกเชนทั้งหมดต้องวิวัฒนาการครั้งใหญ่ ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิด Hard Fork ครั้งสำคัญที่แยกกลุ่มผู้ที่ต้องการคงรูปแบบเดิมกับกลุ่มที่ต้องการอัปเกรดเพื่อความปลอดภัย ผลกระทบนี้จะขยายวงกว้างไปยังระบบธนาคารออนไลน์และการเข้ารหัสข้อมูลทางทหารทั่วโลก ไม่ใช่เพียงแค่โลกของคริปโตเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สำหรับ Bitcoin นั้นความท้าทายอยู่ที่ความเร็วในการปรับตัว เนื่องจากการเปลี่ยนอัลกอริทึมหลักของระบบที่มีมูลค่าตลาดระดับล้านล้านดอลลาร์นั้นมีความซับซ้อนและต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุด เพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ใหม่ในระหว่างการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนนี้เองที่ตลาดอาจเลือกที่จะลดเพดานราคาลงมาเพื่อสะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น









