Aave 2026 Vision: ปรับโครงสร้าง V4 ครั้งใหญ่ พร้อมเขย่าอุตสาหกรรมด้วยเป้าหมาย 1 Trillion Dollar On-chain

3.33 ล้านล้านดอลลาร์ คือยอดเงินฝากสะสมที่ Aave ทำได้นับตั้งแต่ก่อตั้ง และนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เมื่อ Stani Kulechov ผู้ก่อตั้งและ CEO ประกาศ “Master Plan 2026” เพื่อยกระดับโปรโตคอลจากการเป็นเพียงแพลตฟอร์มกู้ยืม สู่การเป็น “เลเยอร์สภาพคล่องหลักของโลก” (Global Lending Layer) โดยมุ่งเน้น 3 เสาหลัก: สถาปัตยกรรม V4, ตลาดสถาบัน Horizon และการเข้าถึงรายย่อยผ่าน Aave App ท่ามกลางข่าวดีหลัง SEC สหรัฐฯ ยุติการสอบสวนที่ยาวนานกว่า 4 ปี
การก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของ DeFi เริ่มต้นด้วยการแก้ปัญหา “สภาพคล่องแตกตัว” (Liquidity Fragmentation) ผ่านการอัปเกรดเป็น Aave V4 ซึ่งถือเป็นการรื้อถอนและสร้างใหม่เชิงสถาปัตยกรรมในรอบหลายปี โดยจะเปลี่ยนไปใช้โมเดลแบบ Hub-and-Spoke ที่รวมศูนย์สภาพคล่องไว้ที่ Hub และขยายสาขา (Spokes) ไปยังเครือข่ายต่างๆ เพื่อให้การทำธุรกรรมข้ามเชนมีประสิทธิภาพสูงสุดและต้นทุนต่ำลงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน กลยุทธ์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสินทรัพย์ในระดับล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เหรียญคริปโตเคอร์เรนซี แต่ยังรวมถึงสินทรัพย์ทางการเงินดั้งเดิมที่ถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล (Tokenization) เพื่อดึงดูดสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่และบริษัทฟินเทคทั่วโลกให้เข้ามาใช้ Aave เป็นท่อน้ำเลี้ยงหลักด้านสภาพคล่อง
ในขณะเดียวกัน ภาคส่วนที่น่าจับตามองที่สุดคือ “Horizon” ซึ่งเป็นตลาดที่เน้นสินทรัพย์ในโลกจริง (Real-World Assets – RWA) โดยเฉพาะ ปัจจุบัน Horizon มีเงินฝากสุทธิอยู่ที่ 550 ล้านดอลลาร์ และมีเป้าหมายทะยานสู่ 1,000 ล้านดอลลาร์ภายในปีหน้า ผ่านการผนึกกำลังกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Circle, Ripple, Franklin Templeton และ VanEck เพื่อนำพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และหุ้นเข้าสู่เชน Stani Kulechov เชื่อมั่นว่า 2026 จะเป็นปีที่ Aave กลายเป็นบ้านของตลาดรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลก DeFi โดยอาศัยความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นหลังจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง SEC ยุติการตรวจสอบ ทำให้โปรโตคอลสามารถเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีข้อกังวลด้านกฎหมายที่ค้างคา
นอกจากความแข็งแกร่งในเชิงสถาบัน Aave กำลังรุกคืบเข้าสู่มือถือผ่าน “Aave App” เพื่อชิงส่วนแบ่งจากอุตสาหกรรม Mobile Fintech ที่มีมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ แอปพลิเคชันนี้ถูกวางตัวเป็นหัวหอกในการดึงผู้ใช้งานรายใหม่ 1 ล้านคนแรกเข้าสู่ระบบ ด้วยการลดความซับซ้อนของ DeFi ให้เหลือเพียงประสบการณ์ที่ใช้งานง่ายเหมือน Venmo หรือ Cash App แต่ให้ผลตอบแทนจากการออมที่สูงกว่าธนาคารแบบเดิม การเชื่อมโยงระหว่าง V4 ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน และ Mobile App ที่เป็นจุดสัมผัสผู้ใช้ คือการสร้าง Ecosystem ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งจะเปลี่ยนพฤติกรรมการออมและการกู้ยืมของผู้คนทั่วโลกไปอย่างถาวร ส่งผลให้ Aave ไม่ได้เป็นเพียงแค่แอปพลิเคชันคริปโต แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่แท้จริง









