Pax Gold ผงาด! ครองส่วนแบ่งตลาดเบอร์หนึ่ง หลังนักลงทุนสถาบันแห่ซบ “ทองคำดิจิทัล” หนีตายเงินเฟ้อ

มูลค่าตลาด Stablecoin ที่ผูกกับราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นเกือบ 3 เท่าตัว (3x) ในช่วงปี 2025 ท่ามกลางกระแสการแสวงหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัย (Safe Haven) ในรูปแบบดิจิทัล โดยมี Pax Gold (PAXG) เป็นหัวหอกสำคัญที่ครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักลงทุนทั่วโลกที่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับสินทรัพย์ที่มีสินทรัพย์จริงหนุนหลัง (RWA) มากกว่าสกุลเงินที่อิงกับเงินเฟียตเพียงอย่างเดียว
ปรากฏการณ์การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของสินทรัพย์ดิจิทัลกลุ่มทองคำในปี 2025 นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในโลกการเงินอย่างชัดเจน โดยข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่ามูลค่าตลาดรวมของ Stablecoin ที่มีทองคำหนุนหลังได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 300% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์และความต้องการถือครองทองคำในรูปแบบที่ซื้อง่ายขายคล่องผ่านระบบบล็อกเชน ซึ่งผลกระทบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่นักลงทุนรายย่อย แต่ยังรวมถึงกลุ่มสถาบันการเงินที่มองว่าความโปร่งใสของการตรวจสอบสินทรัพย์บน On-chain เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเก็บรักษาทองคำจริง (Physical Gold) ที่มีต้นทุนสูงและขั้นตอนยุ่งยาก
ความโดดเด่นของ Pax Gold (PAXG) ในฐานะผู้นำตลาดนั้นมาจากมาตรฐานการกำกับดูแลที่เข้มงวดและการตรวจสอบที่โปร่งใส ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ดิจิทัลมองว่า “นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่เทคโนโลยีช่วยปลดล็อกข้อจำกัดนับพันปีของทองคำ” โดยการทำให้ทองคำสามารถแตกเป็นหน่วยย่อย (Fractionalization) และโอนย้ายได้ทันทีผ่านเครือข่ายบล็อกเชนช่วยสร้างสภาพคล่องที่สูงกว่าการซื้อขายทองคำแท่งแบบดั้งเดิมหลายเท่าตัว นักวิเคราะห์หลายรายยังให้ความเห็นว่าความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นนี้เกิดจากการที่โปรโตคอลการเงินสามารถพิสูจน์ปริมาณสำรองทองคำได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้ถือครองมั่นใจว่าทุกเหรียญที่อยู่ในกระเป๋าดิจิทัลมีมูลค่ารองรับอยู่จริงในห้องมั่นรักษาระดับโลก
ผลกระทบเชิงระบบจากการเติบโตนี้กำลังนำไปสู่ยุคสมัยของ Real World Assets (RWA) ที่แข็งแกร่งขึ้น โดยความสำเร็จของ Stablecoin อิงทองคำจะกลายเป็นพิมพ์เขียวสำคัญให้กับสินทรัพย์ประเภทอื่น เช่น อสังหาริมทรัพย์ หรือพันธบัตรรัฐบาล ในการเข้าสู่โลก Tokenization การที่ทุนใหญ่ไหลเข้าสู่สินทรัพย์กลุ่มนี้ยังเป็นการเชื่อมโยงโลก DeFi (Decentralized Finance) เข้ากับระบบการเงินแบบดั้งเดิมอย่างแนบแน่นยิ่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ในอนาคต ทองคำดิจิทัลเหล่านี้ถูกนำไปใช้เป็นหลักประกัน (Collateral) ในการกู้ยืมหรือการทำธุรกรรมข้ามพรมแดนที่รวดเร็วกว่าระบบ SWIFT เดิม เป็นสัญญาณชัดเจนว่าโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของโลกกำลังถูกเขียนขึ้นใหม่โดยมีทองคำเป็นฐานรากสำคัญอีกครั้งในรูปแบบดิจิทัล









