Labor Market Slowdown? เจาะเอฟเฟกต์ NFP สหรัฐฯ ต่อ BTC เมื่อตลาดแรงงานเริ่มส่งสัญญาณ “เปราะบาง”

Labor Market Slowdown? เจาะเอฟเฟกต์ NFP สหรัฐฯ ต่อ BTC เมื่อตลาดแรงงานเริ่มส่งสัญญาณ “เปราะบาง”

ข่าวสาร
January 11, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-01-11T125935.061

$90,000 คือสมรภูมิสำคัญ — ราคา Bitcoin (BTC) แสดงความแข็งแกร่งด้วยการรีบาวด์กลับมายืนเหนือระดับเก้าหมื่นดอลลาร์ได้อีกครั้ง หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ประจำเดือนธันวาคม 2025 ที่ระดับ 50,000 ตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 60,000 ตำแหน่งอย่างมีนัยสำคัญ แม้อัตราว่างงานจะลดลงแตะ 4.4% แต่ภาพรวมของตลาดแรงงานที่ชะลอตัวลงกำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่บีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องทบทวนนโยบายดอกเบี้ยอย่างหนักในช่วงต้นปี 2026 นี้


ความผันผวนเริ่มต้นขึ้นทันทีที่กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานภาวะการจ้างงานในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 9 มกราคม 2026 โดยตัวเลข NFP ที่เพิ่มขึ้นเพียง 50,000 ตำแหน่ง สะท้อนถึงการเติบโตของเศรษฐกิจที่เริ่ม “เสียอาการ” เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยรายเดือนของปี 2025 ที่อยู่ราว 49,000 ตำแหน่ง ซึ่งถือว่าลดลงอย่างมากจากปีก่อนหน้า ในขณะที่ราคา Bitcoin ตอบสนองด้วยการร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดบริเวณ $89,200 ก่อนจะมีแรงซื้อคืนมหาศาลจากฝั่ง Spot ผลักดันราคากลับขึ้นมาทดสอบระดับ $91,500 ภายในเวลาเพียง 6 ชั่วโมง สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนเลือกที่จะมองข้ามความอ่อนแอของเศรษฐกิจ และมุ่งประเด็นไปที่โอกาสในการลดดอกเบี้ยของ Fed แทน อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ กลับพบแรงเทขายสุทธิกว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าสถาบันการเงินบางส่วนยังคงมีความกังวลต่อความเสี่ยงมหภาคและสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียดในเอเชียและละตินอเมริกา

นักวิเคราะห์จาก BeInCrypto และเหล่า Expert ในอุตสาหกรรมมองว่าสถานการณ์ “Mixed Signal” หรือสัญญาณที่ปนกันระหว่างการจ้างงานที่ต่ำคาดแต่อัตราว่างงานที่ลดลง ทำให้ทิศทางของสินทรัพย์เสี่ยงยังไม่ชัดเจนในระยะสั้น โดยมีข้อสังเกตสำคัญคือการที่ Fed ภายใต้การนำของ Jerome Powell อาจให้ความสำคัญกับอัตราว่างงานที่ 4.4% มากกว่า ซึ่งอาจทำให้ Fed ตัดสินใจ “คง” อัตราดอกเบี้ยไว้ก่อนแทนที่จะรีบหั่นลงตามที่ตลาดคาดหวัง สอดคล้องกับมุมมองของ Bitbull นักวิเคราะห์ชื่อดังที่ระบุว่า “หาก Bitcoin สามารถรักษาฐานเหนือแนวรับสำคัญที่ $91,800 และเส้นค่าเฉลี่ย EMA50 ได้อย่างแข็งแกร่ง มีโอกาสสูงที่เราจะได้เห็นการพุ่งทดสอบแนวต้านจิตวิทยาที่ $100,000 ถึง $110,000 ภายในไตรมาสแรกของปีนี้” ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าตัวเลขจ้างงานที่ดูดีเพียงเปลือกนอกอาจซ่อนความอ่อนแอที่แท้จริงไว้ และการปรับปรุงเกณฑ์ประจำปีในเดือนมกราคมอาจเผยให้เห็นการจ้างงานที่หายไปเกือบล้านตำแหน่งในปีที่ผ่านมา

การชะลอตัวของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เพียงราคาหน้ากระดานของ Bitcoin เท่านั้น แต่กำลังส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้ง Ecosystem ของสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะความเชื่อมั่นในนโยบาย “Dovish” หรือการผ่อนคลายนโยบายการเงินที่นักลงทุนคาดหวังจากอิทธิพลทางการเมืองในยุคปี 2026 ซึ่งจะส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนค่าลงและผลักดันให้เงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Assets) เช่น Bitcoin และทองคำมากขึ้น นอกจากนี้ การที่ปริมาณสำรอง Bitcoin ในกระดานเทรด (Exchange Reserve) ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2018 กำลังสร้างสภาวะ Supply Shock ที่รุนแรง หากตัวเลขเศรษฐกิจในอนาคตยังคงสนับสนุนการลดดอกเบี้ย เราอาจได้เห็นการโยกย้ายเงินทุนครั้งใหญ่จากตลาดพันธบัตรและดอลลาร์เข้าสู่ตลาดคริปโตอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดีในการพา Bitcoin ทะลุ All-Time High เดิมที่เคยทำไว้

Related posts