Pelosi จับมือ Torres ดันร่างกฎหมาย “ห้ามรัฐบาล” วางเดิมพันใน Prediction Markets ตัดวงจรผลประโยชน์ทับซ้อน

เงินสะพัดหลักพันล้านดอลลาร์ในตลาดพยากรณ์ (Prediction Markets) กำลังถูกตรวจสอบอย่างหนัก เมื่ออดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร Nancy Pelosi และ ส.ส. Ritchie Torres ประกาศสนับสนุนร่างกฎหมายใหม่ที่มุ่งเป้า “สั่งห้าม” หน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐบาลจากการวางเดิมพันในแพลตฟอร์มเหล่านี้ เพื่อป้องกันการใช้ข้อมูลวงใน (Inside Information) มาแสวงหาผลกำไรจากเหตุการณ์บ้านเมืองและความขัดแย้งระดับโลก
ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของแพลตฟอร์มอย่าง Polymarket และ Kalshi โดยร่างกฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างเส้นแบ่งที่เด็ดขาดระหว่าง “ผู้กำหนดนโยบาย” และ “ผู้เดิมพันในผลลัพธ์” ของนโยบายนั้นๆ รายละเอียดของร่างกฎหมายระบุว่าหน่วยงานของรัฐบาลกลางจะถูกสั่งห้ามไม่ให้ใช้ทรัพยากรหรือข้อมูลเพื่อการเก็งกำไรในเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นผลการเลือกตั้ง การอนุมัติทางกฎหมาย หรือแม้แต่การตัดสินใจด้านนโยบายเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อตลาดทุนทั่วโลก ซึ่งเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่าความโปร่งใสของข้อมูลสาธารณะอาจถูกบิดเบือนหากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนได้ส่วนเสียทางการเงินโดยตรงกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
ทางด้านมุมมองของผู้เชี่ยวชาญมองว่าการขยับตัวของ Pelosi ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากตัวเธอเองเคยตกเป็นเป้าสายตาเรื่องการซื้อขายหุ้นโดยใช้ข้อมูลวงในมาก่อน การที่เธอมาร่วมสนับสนุนร่างกฎหมายนี้จึงเปรียบเสมือนการส่งข้อความถึงจริยธรรมทางการเมืองในยุคดิจิทัล โดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการเงินให้ความเห็นว่า “ตลาดพยากรณ์มีประสิทธิภาพในการสะท้อนความจริงได้แม่นยำกว่าโพลสำรวจ แต่ความแม่นยำนั้นจะกลายเป็นอาวุธที่อันตรายหากผู้ถือครองข้อมูลลับสามารถเข้าถึงตลาดได้ก่อนประชาชนทั่วไป” การเคลื่อนไหวนี้จึงไม่ใช่แค่การควบคุมการพนัน แต่เป็นการปกป้องความน่าเชื่อถือของกลไกตลาดเสรีที่ไม่ควรถูกแทรกแซงโดยอำนาจรัฐ
ผลกระทบเชิงระบบจากร่างกฎหมายฉบับนี้จะส่งแรงสั่นสะเทือนไปยัง Ecosystem ของ Web3 และ Prediction Markets อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในแง่หนึ่งมันอาจถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อ Liquidity ของแพลตฟอร์ม แต่ในระยะยาวนับว่าเป็นผลดีต่อการยอมรับในระดับ Mass Adoption เพราะจะช่วยล้างภาพลักษณ์ของตลาดพยากรณ์จากการเป็น “แหล่งฟอกข้อมูล” ไปสู่การเป็นเครื่องมือพยากรณ์เศรษฐกิจที่โปร่งใส หากร่างกฎหมายนี้ผ่านการเห็นชอบ จะถือเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่บังคับให้ตลาดคริปโตและแพลตฟอร์มพยากรณ์เหตุการณ์ต้องมีการทำ Compliance ที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบตัวตน (KYC) เพื่อคัดกรองบุคคลทางการเมือง (PEPs) ออกจากระบบเดิมพันที่มีความเสี่ยงสูง









