Pump.fun ยกเครื่องระบบค่าธรรมเนียม! เปิดทาง ‘Community Takeover’ เต็มรูปแบบ หวังดึงสภาพคล่องคืนจากมือปั่น

Pump.fun ยกเครื่องระบบค่าธรรมเนียม! เปิดทาง ‘Community Takeover’ เต็มรูปแบบ หวังดึงสภาพคล่องคืนจากมือปั่น

ข่าวสาร
January 11, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-01-11T130519.513

6.6 พันล้านดอลลาร์ คือวอลุ่มการซื้อขายรายสัปดาห์ที่ Pump.fun กำลังแบกรับ แต่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ Alon Cohen ผู้ร่วมก่อตั้งยอมรับว่า “โครงสร้างเดิมกำลังทำร้ายแพลตฟอร์ม” ล่าสุด Pump.fun จึงประกาศอัปเดตครั้งสำคัญเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ปี 2026 ด้วยการเปิดตัวระบบ Creator Fee Sharing ที่รองรับการแบ่งรายได้สูงสุดถึง 10 วอลเล็ต พร้อมฟีเจอร์การโอนกรรมสิทธิ์และการเพิกถอนสิทธิ์อัปเดต (Revoke Authority) เพื่อแก้ไขปัญหาแรงจูงใจที่บิดเบือน ซึ่งเคยเอื้อให้เกิดการสร้างเหรียญคุณภาพต่ำมากกว่าการเทรดที่ยั่งยืน


การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของ Pump.fun ในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Alon Cohen ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มกลับมาโพสต์บน X (Twitter) เป็นครั้งแรกในรอบกว่าสองเดือน โดยเขาระบุชัดเจนว่าระบบ Dynamic Fees V1 ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ แม้จะช่วยกระตุ้นกิจกรรมบนเครือข่ายได้ในช่วงแรก แต่กลับสร้างผลข้างเคียงที่ “อันตราย” ต่อระบบนิเวศ เนื่องจากมันทำให้การสร้างเหรียญใหม่ (Low-risk creation) กลายเป็นเรื่องที่ทำกำไรได้ง่ายกว่าการเข้ามาเทรด (High-risk trading) ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงสภาพคล่องของแพลตฟอร์ม ปัญหานี้ส่งผลให้เกิดสภาวะเหรียญล้นตลาดแต่ขาดคุณภาพ จนนำไปสู่การปรับปรุงในเฟสแรกที่เน้นการสร้างความสมดุลระหว่างผู้สร้างและนักเทรดใหม่ทั้งหมด

ภายใต้ระบบใหม่นี้ แพลตฟอร์มได้แนะนำกลไกการแบ่งปันรายได้ที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม โดยผู้สร้างหรือทีมงานที่ดูแลโครงการ (รวมถึงทีมที่ทำ Community Takeover หรือ CTO) สามารถกำหนดสัดส่วนการกระจายค่าธรรมเนียมไปยังวอลเล็ตต่างๆ ได้สูงสุดถึง 10 ที่อยู่ผ่านทางอินเทอร์เฟซของเว็บไซต์และแอปพลิเคชันมือถือโดยตรง ซึ่งถือเป็นการแก้ Point ของทีมพัฒนาที่มักประสบปัญหาความไม่โปร่งใสในการแบ่งรายได้ภายในทีม หรือการที่ชุมชนต้องเข้ามาแบกรับภาระต่อหลังจากผู้สร้างเดิมละทิ้งโครงการไป การเปลี่ยนแปลงนี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่สำคัญ คือการอนุญาตให้โอนย้ายความเป็นเจ้าของโทเค็น (Transfer Ownership) และการยกเลิกสิทธิ์ในการแก้ไขข้อมูล (Revoke Authority) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาว

“นักเทรดคือแหล่งที่มาหลักของสภาพคล่องและวอลุ่มบนแพลตฟอร์ม โครงสร้างที่เอื้อแต่คนสร้างเหรียญจึงเป็นเรื่องที่อันตรายมาก” Cohen กล่าวเน้นย้ำถึงจุดยืนใหม่ที่ต้องการให้ตลาดเป็นผู้ตัดสินว่า Narratives หรือกระแสของเหรียญใดที่ควรค่าแก่การได้รับค่าธรรมเนียมผู้สร้าง โดยในอนาคตอันใกล้ Pump.fun วางแผนที่จะปรับเปลี่ยนสู่ระบบที่ขับเคลื่อนโดยตลาด (Market-driven approach) อย่างเต็มตัว ซึ่งจะทำให้ทีมงานของ Pump.fun เองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับค่าธรรมเนียมจากผู้สร้างในทุกกรณี เพื่อยืนยันว่าฟีเจอร์นี้ถูกสร้างมาเพื่อ “ผู้เล่นที่อยู่หน้างาน” หรือเหล่า Trenchers อย่างแท้จริง

ผลกระทบเชิงระบบจากการอัปเดตนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ตัวเลขบนหน้าจอ แต่เป็นการส่งสัญญาณว่ายุคสมัยของ Memecoin Launchpad กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเน้น “ปริมาณ” ไปสู่ “คุณภาพและความโปร่งใส” การที่ Pump.fun ยอมรับความผิดพลาดของระบบ Dynamic Fees รุ่นก่อน และหันมาให้ความสำคัญกับอำนาจการควบคุมของชุมชน (CTO Controls) จะเป็นการบีบให้ผู้ที่ต้องการสร้างเหรียญเพื่อ “ปั๊มแล้วทิ้ง” ทำงานได้ยากขึ้น ในขณะที่โครงการที่มีรากฐานจากชุมชนเข้มแข็งจะมีเครื่องมือทางการเงินที่ถูกกฎเกณฑ์ของแพลตฟอร์มมารองรับมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ความผันผวนของราคา PUMP token และเสถียรภาพของเหรียญบนสาย Solana มีทิศทางที่ชัดเจนขึ้นในสายตาของนักลงทุนสถาบันและรายย่อยในช่วงปี 2026 นี้

Related posts