สายฟ้าฟาด! Tether สั่งอายัด $182 ล้าน USDT บน Tron เผยเป็นแผนกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ

สายฟ้าฟาด! Tether สั่งอายัด $182 ล้าน USDT บน Tron เผยเป็นแผนกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ

ข่าวสาร
January 12, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-01-12T135911.630

12 มกราคม 2026 – Tether ผู้ออกเหรียญ Stablecoin รายใหญ่ที่สุดของโลก สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการคริปโตอีกครั้ง หลังตัดสินใจสั่งอายัดเหรียญ USDT มูลค่ารวมกว่า 182 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 6,400 ล้านบาท) ที่ถือครองอยู่ใน 5 วอลเล็ตบนเครือข่าย Tron (TRC-20) ภายในระยะเวลาเพียง 24 ชั่วโมง การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการยกระดับความเข้มงวดของหน่วยงานกำกับดูแลระดับโลก และเป็นการตอกย้ำถึงบทบาทของ Tether ในการเป็น “ตำรวจ” บนโลกการเงินดิจิทัลที่ทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างใกล้ชิด


ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ถูกตรวจพบโดยเครื่องมือติดตามออนเชน (On-chain Tracking) ซึ่งระบุว่า Tether ได้ใช้สิทธิ์การควบคุมแบบรวมศูนย์ (Centralized Control) ในการสั่ง “Blacklist” ที่อยู่กระเป๋าเงินดิจิทัลจำนวน 5 รายการบนเครือข่าย Tron โดยแต่ละวอลเล็ตมีการถือครอง USDT ตั้งแต่ 12 ล้านไปจนถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นมูลค่าที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ในประวัติศาสตร์การสั่งอายัดของบริษัท แหล่งข่าวระบุว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นการตอบสนองต่อคำขอเร่งด่วนจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ รวมถึงกระทรวงยุติธรรม (DOJ) และ FBI หลังจากมีการสืบสวนพบว่าเงินจำนวนมหาศาลนี้มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการฟอกเงินระดับโลกและกิจกรรมที่ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรสากล โดยเฉพาะบนเครือข่าย Tron ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสมรภูมิหลักของ USDT เนื่องจากค่าธรรมเนียมที่ต่ำและความเร็วในการทำธุรกรรมที่สูงกว่าเครือข่ายอื่น

เหตุการณ์นี้เป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนว่า แม้คริปโตเคอร์เรนซีจะถูกออกแบบมาเพื่อความไร้ตัวกลาง (Decentralization) แต่สำหรับ Stablecoin ที่มีการผูกมูลค่ากับสินทรัพย์ในโลกจริงอย่าง USDT นั้น “ความเป็นส่วนตัวไม่ได้หมายความว่าตรวจสอบไม่ได้” โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จาก T3 Financial Crime Unit ให้ความเห็นว่า “นี่คือตัวอย่างระดับตำนานของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในยุคดิจิทัล มันส่งสัญญาณเตือนไปยังกลุ่มอาชญากรว่า Blockchain ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการซ่อนเงินผิดกฎหมายอีกต่อไป” อย่างไรก็ตาม การใช้อำนาจเบ็ดเสร็จของ Tether ในการอายัดทรัพย์สินโดยไม่ต้องรอคำสั่งศาลในบางกรณี ยังคงเป็นที่ถกเถียงในชุมชนคริปโตถึงเรื่องความเป็นส่วนตัวและความเสี่ยงจากการควบคุมแบบรวมศูนย์ที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานทั่วไปได้ในอนาคต

ผลกระทบจากการอายัดครั้งนี้ส่งผลถึงโครงสร้างระบบนิเวศของ Stablecoin ในวงกว้าง โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันที่มองหาความโปร่งใสและการปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance) การที่ Tether สามารถระบุและระงับธุรกรรมที่น่าสงสัยได้อย่างรวดเร็วช่วยลดความเสี่ยงที่ระบบการเงินดิจิทัลจะถูกใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงิน แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันก็ผลักดันให้กลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการความไร้ตัวกลางอย่างแท้จริงเริ่มเปลี่ยนย้ายไปยัง Stablecoin รูปแบบใหม่ที่ไม่สามารถถูกสั่งระงับได้ (Non-custodial Stablecoins) นอกจากนี้ เหตุการณ์นี้ยังส่งผลให้เครือข่าย Tron ถูกจับตามองมากขึ้นในฐานะ Layer 1 ที่มีการหมุนเวียนของ USDT สูงสุด ซึ่งอาจนำไปสู่การบังคับใช้เกณฑ์การตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นจากผู้ให้บริการ Exchange ทั่วโลก

Related posts