เมื่อประธาน Fed ถูกเพ่งเล็ง การเมืองสหรัฐฯ กับแรงกดดันระลอกใหม่ต่อตลาดคริปโต

$100,000 อาจไม่ใช่แค่ตัวเลขเดียวที่ตลาดจับตา เมื่อสถานการณ์การเมืองสหรัฐฯ กำลังก้าวเข้าสู่ภาวะตึงเครียดถึงขีดสุด หลังมีกระแสข่าวแพร่สะพัดว่ากระทรวงยุติธรรม (DOJ) กำลังพิจารณาเปิดการสอบสวน Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin และท่าทีของเขาต่อสินทรัพย์ดิจิทัล เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่สั่นคลอนความเชื่อมั่นในตัวผู้นำนโยบายการเงิน แต่ยังอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลชุดปัจจุบันและโลกการเงินรูปแบบใหม่
กระแสข่าวการสอบสวนในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่ร้อนระอุ โดยรายงานระบุว่าหน่วยงานระดับสูงอย่างกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังเข้าตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความสัมพันธ์และการตัดสินใจของ Jerome Powell ที่มีต่อตลาดสกุลเงินดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ Bitcoin กำลังมีอิทธิพลต่อระบบเศรษฐกิจมหภาคมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการตรวจสอบนี้อาจครอบคลุมไปถึงประเด็นการถือครองสินทรัพย์ หรือการดำเนินนโยบายที่อาจเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนบางกลุ่มอย่างไม่เป็นธรรม แม้ว่าในปัจจุบันทาง Fed จะยังไม่มีการประกาศโต้ตอบอย่างเป็นทางการต่อข่าวลือนี้ แต่ข้อมูลที่หลุดออกมาได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันที่มองว่า Powell คือหนึ่งใน “ปราการด่านสุดท้าย” ที่รักษาสมดุลระหว่างระเบียบโลกการเงินเก่าและความล้ำสมัยของคริปโตเคอร์เรนซี
นักวิเคราะห์จากวอลล์สตรีทมองว่านี่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการตรวจสอบความโปร่งใสทั่วไป แต่คือการใช้อำนาจทางกฎหมายเพื่อกดดันทางนโยบายการเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการเงินให้ความเห็นว่า “หากการสอบสวนนี้เกิดขึ้นจริง มันจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่อันตราย เพราะประธาน Fed ควรจะมีอิสระจากการแทรกแซงทางการเมืองเพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงินดอลลาร์” ซึ่งสอดคล้องกับความกังวลที่ว่าการเพ่งเล็งไปที่ Bitcoin ในมือของเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง อาจเป็นเพียงข้ออ้างในการควบคุมทิศทางดอกเบี้ยที่กำลังส่งผลกระทบต่อหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ การที่บุคคลระดับ Powell ถูกดึงเข้าไปพัวพันกับข้อพิพาทด้านคริปโต ยิ่งตอกย้ำว่าสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น “อาวุธทางการเมือง” ที่ใช้ฟาดฟันกันในระดับโครงสร้างอำนาจ
การสั่นคลอนเก้าอี้ของ Jerome Powell ส่งผลกระทบเป็นโดมิโนไปยังตลาดทุนทั่วโลก โดยเฉพาะความไม่แน่นอน (Uncertainty) ที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มผู้ถือครอง Bitcoin ระยะยาว เนื่องจาก Powell มีบทบาทสำคัญในการกำหนดสภาพคล่อง (Liquidity) ของโลก หากมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้นำ Fed หรือมีการพิสูจน์ได้ว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใส จะส่งผลให้การยอมรับ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์ของสหรัฐฯ ถูกแช่แข็งทันที ยิ่งไปกว่านั้น ระบบนิเวศของ DeFi และโปรโตคอลต่างๆ ที่อิงอยู่กับความเสถียรของค่าเงินดอลลาร์อาจเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรงหากนโยบายการเงินสหรัฐฯ ขาดความต่อเนื่องจากการแทรกแซงของ DOJ ครั้งนี้ ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับฐานครั้งใหญ่ที่ไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานทางเทคนิค แต่เกิดจากวิกฤตความเชื่อมั่นในตัวบุคคลและสถาบันหลักของโลก









