จับตา Bitcoin ทะยานแตะ $95,000! ขณะตลาดลุ้น “Fed” หั่นดอกเบี้ยต่อหรือชะลอแผนปี 2026

95,000 ดอลลาร์ คือสมรภูมิใหม่ที่ Bitcoin กำลังเข้าทดสอบในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความหวังและการตั้งคำถามของนักลงทุนทั่วโลกต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดออกมาตามคาดที่ 2.7% แต่ทว่าความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างทำเนียบขาวและประธาน Fed กลับกลายเป็น “ตัวแปรมืด” ที่อาจสั่นคลอนเสถียรภาพของสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภทในระยะสั้นนี้
เปิดฉากปี 2026 ด้วยความร้อนแรงของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี เมื่อ Bitcoin (BTC) ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 4.7% พุ่งทะลุแนวต้านสำคัญขึ้นมาเคลื่อนไหวในระดับ 95,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการตอบรับเชิงบวกต่อรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนธันวาคมที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ระดับ 2.7% สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่กลับเป็นความไม่แน่นอนของทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยข้อมูลจาก CME FedWatch ชี้ให้เห็นว่าตลาดส่วนใหญ่กว่า 75% คาดการณ์ว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมเดือนมกราคมนี้ ในขณะที่ความน่าจะเป็นในการลดดอกเบี้ยครั้งถัดไปถูกโยกไปไว้ในเดือนมีนาคมแทน สิ่งนี้สร้างภาวะ “รอคอย” (Wait and See) ให้กับสถาบันการเงินรายใหญ่ที่กำลังพิจารณาจัดสรรเม็ดเงินก้อนใหม่เข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดในขณะนี้คือการแทรกแซงความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยมีรายงานว่าประธาน Fed อย่าง Jerome Powell กำลังเผชิญกับการตรวจสอบทางอาญาจากกระทรวงยุติธรรม ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นเกมการเมืองเพื่อกดดันให้มีการลดดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ควรจะเป็น Owen Lau กรรมการผู้จัดการจาก Clear Street ให้ความเห็นผ่าน CNBC ว่านโยบายการเงินของ Fed จะเป็น “ตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญที่สุด” สำหรับตลาดคริปโตในปี 2026 โดยเขามองว่าหาก Fed เดินหน้าลดดอกเบี้ยได้ตามแผน จะเป็นแรงจูงใจมหาศาลที่ดึงดูดทั้งนักลงทุนรายย่อยและสถาบันกลับมาสู่ตลาดอีกครั้ง เนื่องจากผลตอบแทนจากสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตรรัฐบาลจะลดความน่าสนใจลงเมื่อเทียบกับ Bitcoin ที่ทำหน้าที่เป็นเสมือน “ทองคำดิจิทัล” ในช่วงที่นโยบายการคลังของสหรัฐฯ เริ่มแสดงสัญญาณความเปราะบาง
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ในตลาด Spot เท่านั้น แต่ยังลามไปถึงโครงสร้างตลาดในวงกว้าง โดยเฉพาะความคืบหน้าของร่างกฎหมาย CLARITY Act ในสัปดาห์นี้ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างความชัดเจนในการกำกับดูแลระหว่าง SEC และ CFTC ของสหรัฐฯ การที่ Bitcoin สามารถรักษาระดับราคาไว้ได้สูงท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง สะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนบทบาทของสินทรัพย์ดิจิทัลจากการเป็นเพียงเครื่องมือเก็งกำไร สู่การเป็น “สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์” (Strategic Asset) ที่สถาบันการเงินใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลดค่าของเงินเฟียต (Fiat Currency) นอกจากนี้ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ETP ที่ผสมผสานระหว่าง Bitcoin และทองคำในตลาดหุ้นลอนดอน ยังเป็นสัญญาณชัดเจนว่า Ecosystem ของคริปโตกำลังหลอมรวมเข้ากับตลาดการเงินดั้งเดิมอย่างแยกไม่ออก ซึ่งจะสร้างสภาพคล่องไหลเวียนมหาศาลหาก Fed ตัดสินใจเข้าสู่ช่วงดอกเบี้ยขาลงอย่างเต็มตัวในครึ่งหลังของปีนี้









