ยุคใหม่ของตลาดทุน: Figure เลิกพึ่งพาตัวกลาง เปิดตัวระบบออกหุ้นโดยตรงบน Blockchain

Figure Technology Solutions ยักษ์ใหญ่ด้านฟินเทคและผู้บุกเบิกสินทรัพย์บนบล็อกเชน ประกาศเปิดตัว On-Chain Public Equity Network (OPEN) บน Provenance Blockchain อย่างเป็นทางการในปี 2026 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนโฉมหน้าโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนทั่วโลก โดยระบบนี้ช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถออกและจดทะเบียนหุ้นในรูปแบบ Native On-chain ได้โดยตรงเป็นครั้งแรก ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนความยุ่งยาก ประหยัดต้นทุนมหาศาล และขจัดการพึ่งพาตัวกลางแบบดั้งเดิมอย่าง DTCC หรือโบรกเกอร์คัสโตเดียน
ก้าวสำคัญนี้เกิดขึ้นภายหลังความสำเร็จของ Figure ในการสร้างยอดธุรกรรมเงินกู้บนบล็อกเชนสาธารณะไปแล้วกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยเครือข่าย OPEN ถูกออกแบบมาเพื่อให้บริษัทมหาชนสามารถจดทะเบียนหุ้นในรูปแบบดิจิทัลที่ลงทะเบียนบนบล็อกเชนโดยตรง ไม่ใช่เพียงแค่การนำใบหุ้นเดิมมาทำ Tokenization เหมือนที่เคยเป็นมาในอดีต ระบบนี้จะทำงานร่วมกับระบบ Alternative Trading System (ATS) ของ Figure เอง ซึ่งช่วยให้สามารถซื้อขายหุ้นได้แบบต่อเนื่อง (Continuous Trading) ผ่านสมุดคำสั่งซื้อขาย (Limit Order Book) บนเครือข่าย Provenance โดย Figure ได้วางแผนที่จะเป็นผู้เสนอขายหุ้น (Issuer) รายแรกบนเครือข่ายนี้ เพื่อทำรายการเสนอขายหุ้นรอง (Secondary Offering) แบบไม่ลดสัดส่วนการถือหุ้น (Non-dilutive) ซึ่งมีการยื่นเอกสารจดทะเบียนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ ไปแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025
Mike Cagney ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Figure ระบุว่าความพยายามในครั้งนี้คือการ “คิดใหม่ทำใหม่” ให้กับโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุน โดยมองว่าแบบจำลองศูนย์กลางในปัจจุบันมีความล้าสมัยและสร้างต้นทุนแฝงให้กับนักลงทุนและผู้ออกหุ้นอย่างมหาศาล การย้ายหุ้นมาอยู่บนออนเชนไม่เพียงแต่เพิ่มความเร็วในการชำระราคา (Settlement) แต่ยังช่วยให้ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าถึงโปรโตคอล DeFi อย่าง “Democratized Prime” เพื่อกู้ยืมเงินโดยใช้หุ้นเป็นหลักประกันได้โดยตรง ซึ่งเป็นการดึงผลประโยชน์กลับคืนสู่มือผู้ถือหุ้นแทนที่จะเป็นของ Prime Brokers รายใหญ่ ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Bernstein มองว่าการขับเคลื่อนนี้คือการขยายตัวในระยะยาวที่แข็งแกร่งของ Figure โดยชี้ว่าตลาดกำลังเปลี่ยนทิศทางจากการซื้อขายสินทรัพย์สังเคราะห์ (Synthetic Assets) ไปสู่ความเป็นเจ้าของจริงบนบล็อกเชนที่มีความโปร่งใสสูงสุด
การเกิดขึ้นของ OPEN จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศการเงินแบบดั้งเดิม (TradFi) โดยเฉพาะกลุ่มผู้ให้บริการด้านการรับฝากทรัพย์สินและตัวกลางในการชำระราคา หากเครือข่ายนี้ได้รับการยอมรับในวงกว้าง จะทำให้สภาพคล่องระหว่างตลาดดั้งเดิมอย่าง Nasdaq และตลาดออนเชนสามารถเชื่อมถึงกันได้อย่างไร้รอยต่อผ่านระบบ “Two-way Exchange” นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดประตูให้กับกลุ่มบริษัท Web3 และ Digital Asset Treasuries (DATs) ที่ต้องการเครื่องมือในการจัดการทุนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ท่ามกลางกระแสการ Tokenization ของสินทรัพย์ในโลกจริง (Real World Assets – RWA) ที่กำลังกลายเป็นเทรนด์หลักของการลงทุนในปี 2026 นี้









