พอร์ตระเบิด! ตลาดคริปโตเซ่นพิษภาษี Trump ดิ่งหนักทำมูลค่าหายกว่า 3.4 แสนล้านบาทในพริบตา

พอร์ตระเบิด! ตลาดคริปโตเซ่นพิษภาษี Trump ดิ่งหนักทำมูลค่าหายกว่า 3.4 แสนล้านบาทในพริบตา

ข่าวสาร
January 22, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-01-22T121105.267

ตลาดคริปโตเคอเรนซีเผชิญกับการเทขายครั้งใหญ่จนมูลค่าตามราคาตลาดหายไปกว่า 3.4 แสนล้านบาท (ประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์) ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หลังจากการประกาศมาตรการภาษีนำเข้าสุดโต่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อประเทศพันธมิตรและคู่ค้าหลัก ส่งผลให้เกิดความกังวลในระดับมหภาคและกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรม “TACO” หรือการที่ทรัมป์มักจะถอยหลังในภายหลัง ซึ่งสร้างความผันผวนอย่างรุนแรงให้กับสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก


เหตุการณ์ระลอกล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาขู่ว่าจะปรับขึ้นภาษีนำเข้ากับกลุ่มประเทศสมาชิก NATO และพันธมิตรยุโรปอย่างรุนแรง หากไม่มีการตอบรับข้อเสนอทางภูมิรัฐศาสตร์บางประการ ส่งผลให้ Bitcoin ร่วงลงจากระดับ 3.2 ล้านบาท ($96,000) ลงมาแตะระดับ 3 ล้านบาท ($89,000) อย่างรวดเร็ว การประกาศที่คาดเดาไม่ได้นี้ทำให้นักลงทุนสถาบันเริ่มดึงสภาพคล่องออกจากสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อถือครองเงินสดและทองคำแทน เนื่องจากความไม่แน่นอนของสงครามการค้าครั้งใหม่นี้อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและอัตราเงินเฟ้อในระยะยาว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการถือครองสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง

ผู้เชี่ยวชาญจาก Wall Street เริ่มกลับมาใช้คำนิยาม “TACO” หรือ “Trump Always Chickens Out” เพื่ออธิบายพฤติกรรมที่ทรัมป์มักจะประกาศกร้าวเพื่อสร้างอำนาจต่อรองก่อนจะ “ถอย” หรือลดระดับความรุนแรงลงในภายหลังเมื่อตลาดตอบรับในเชิงลบอย่างหนัก โดยนักวิเคราะห์จาก Capital.com ให้ความเห็นว่า “นี่คือเกมวัดใจระดับโลกที่ตลาดคริปโตกลายเป็นเครื่องมือนักเก็งกำไรในการวัดอุณหภูมิความกลัว” อย่างไรก็ตาม การที่ตลาดเกิดการ Liquidate ตำแหน่ง Long ครั้งใหญ่แสดงให้เห็นว่านักลงทุนจำนวนมากยังไม่พร้อมรับมือกับความผันผวนที่ขับเคลื่อนด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคจากทำเนียบขาว

ในเชิงระบบ ผลกระทบนี้ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่แยกขาดไม่ได้ระหว่างคริปโตเคอเรนซีและนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ โดยเฉพาะเมื่อ Bitcoin ถูกคาดหวังให้เป็น “Digital Gold” แต่ในความเป็นจริงยังคงเคลื่อนไหวตามดัชนีความเสี่ยง (Risk-on assets) อย่างใกล้ชิด การดิ่งลงของราคาครั้งนี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อนักลงทุนรายย่อย แต่ยังส่งสัญญาณเตือนไปยังบริษัทที่ถือครอง Bitcoin ในคลังสำรอง (Corporate Treasury) ว่าความเสี่ยงด้านนโยบายของทรัมป์อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตของ Ecosystem คริปโตในปี 2026 หากตลาดยังต้องเผชิญกับสภาวะสุญญากาศทางความแน่นอนเช่นนี้ต่อไป

Related posts