จับตาปรากฏการณ์ “Selective Liquidity” ปี 2026: เมื่อ Altcoin ส่วนใหญ่ถูกทิ้ง และมีเพียงผู้รอดชีวิตเท่านั้นที่ไปต่อ

จับตาปรากฏการณ์ “Selective Liquidity” ปี 2026: เมื่อ Altcoin ส่วนใหญ่ถูกทิ้ง และมีเพียงผู้รอดชีวิตเท่านั้นที่ไปต่อ

ข่าวสาร
January 26, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-01-26T112814.281

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในปี 2026 กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่อาจทำลายทฤษฎีวัฏจักร 4 ปีแบบเดิม เมื่อดัชนี Altcoin Season Index ร่วงลงแตะระดับ 18 จาก 100 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเม็ดเงินส่วนใหญ่ยังคงปักหลักอยู่ใน Bitcoin และเหรียญกลุ่ม Blue-chip เท่านั้น แม้ราคา Bitcoin จะมีโอกาสพุ่งสูงถึง 6,000,000 บาท แต่ความหวังที่จะเห็นเหรียญทางเลือกพุ่งทะยานยกแผงเหมือนในปี 2021 กลับดูเลือนลางลงทุกขณะจากปัจจัยด้านโครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง


แรงกดดันมหาศาลกำลังปกคลุมตลาด Altcoin ตลอดช่วงต้นปี 2026 โดยมีปัจจัยหลักจากการที่สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่หันไปให้ความสำคัญกับ Bitcoin Spot ETF และเหรียญที่มีการใช้งานจริงเท่านั้น ส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดถูกจำกัดอยู่ในวงแคบ ขณะที่เหรียญขนาดกลางและขนาดเล็กจำนวนมากต้องเผชิญกับภาวะ “Capital Dilution” หรือการถูกเจือจางของเงินทุนจากการเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ๆ และการปลดล็อกเหรียญ (Token Unlocks) มูลค่ามหาศาลรวมกว่า 33,000 ล้านบาท ในช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งสร้างแรงเทขายกดดันราคาอย่างต่อเนื่องจนทำให้สัดส่วนการครองตลาดของ Bitcoin (BTC Dominance) พุ่งสูงเกือบ 60% และไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเพื่อเปิดทางให้เหรียญอื่นได้เติบโต

นักวิเคราะห์จาก CoinEx Research และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมต่างให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า “ฤดูกาลของเหรียญทางเลือกแบบดั้งเดิมที่ทุกตัวพุ่งขึ้นพร้อมกันนั้นจบลงแล้ว” โดย Jeff Ko หัวหน้านักวิเคราะห์ระบุว่าสภาพคล่องในปีนี้จะเป็นแบบ “Ruthlessly Selective” หรือการคัดเลือกอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งเงินทุนจะไหลเข้าหาเฉพาะโปรเจกต์ที่มีรายได้จริงหรือมีการยอมรับในระดับสถาบัน เช่น Solana, Ethereum หรือกลุ่ม RWA (Real World Assets) เท่านั้น ขณะที่กลุ่มเหรียญเก็งกำไรที่ไม่มีพื้นฐานรองรับอาจต้องเผชิญกับภาวะราคาเป็นศูนย์ ซึ่งแตกต่างจากภาพจำในอดีตที่นักลงทุนรายย่อยมักจะได้รับอานิสงส์จากกระแสคลื่นที่ยกเรือทุกลำให้สูงขึ้นพร้อมกัน

ในเชิงระบบ การเปลี่ยนแปลงนี้ชี้ให้เห็นว่า Ecosystem ของคริปโตเคอร์เรนซีกำลังก้าวเข้าสู่ “ยุคแห่งความเป็นจริง” (Production Era) ที่ตัวเลขการใช้งานและผลกำไรมีความสำคัญมากกว่าข่าวลือและการปั่นกระแส การที่ธนาคารกลางหลายแห่งเริ่มใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดสลับกับการผ่อนคลายทำให้นักลงทุนระมัดระวังตัวมากขึ้นและเลือกถือครองสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง ส่งผลให้โครงสร้างตลาดในปี 2026 กลายเป็นตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยพื้นฐานมากกว่าแรงเก็งกำไรเพียวๆ ซึ่งหาก Altcoin ตัวใดไม่สามารถพิสูจน์มูลค่าในเชิงธุรกิจได้ ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกกำจัดออกจากสารบบการลงทุนระดับสากลในระยะยาว

Related posts