DSI ทลายเครือข่าย ‘เหมืองขุดบิตคอยน์จีนเทา’ รวบผู้ช่วยผู้ว่าฯ กฟภ. – ออกหมายจับ ‘แทนไท’ ฟอกเงินพันล้าน

DSI ทลายเครือข่าย ‘เหมืองขุดบิตคอยน์จีนเทา’ รวบผู้ช่วยผู้ว่าฯ กฟภ. – ออกหมายจับ ‘แทนไท’ ฟอกเงินพันล้าน

ข่าวสาร
January 27, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-01-27T120430.159

 

15,770,000 บาท คือมูลค่าทรัพย์สินที่ DSI ตรวจยึดได้จากบ้านพักผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หลังขยายผลปฏิบัติการกวาดล้างเหมืองบิตคอยน์เถื่อนที่สร้างความเสียหายให้รัฐนับพันล้านบาท ขณะเดียวกันศาลอนุมัติหมายจับ “แทนไท ณรงค์กูล” นักธุรกิจชื่อดัง หลังพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงเครือข่ายเว็บหนังเถื่อนและฟอกเงินมูลค่ามหาศาล


ดีเอสไอ (DSI) เปิดปฏิบัติการ “Clean House” ปูพรมตรวจค้น 7 จุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อทำลายเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าขุดบิตคอยน์ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มทุนจีนเทา โดยผลการปฏิบัติการนำไปสู่การจับกุมเจ้าหน้าที่ กฟภ. ระดับสูงถึง 4 ราย รวมถึงระดับผู้ช่วยผู้ว่าการฯ ซึ่งมีพฤติการณ์ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ในการจัดหาโกดังและอำนวยความสะดวกด้านหม้อแปลงไฟฟ้าเพื่อใช้ขุดเหมืองคริปโตเคอร์เรนซีโดยเฉพาะ จากการตรวจค้นบ้านพักในจังหวัดนครปฐมและชลบุรี พบเงินสดและหลักฐานการฝากเงินรวมกว่า 15.77 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่สอดคล้องกับเงินเดือน โดยพบว่าได้รับผลประโยชน์ตอบแทนรายเดือนตั้งแต่หลักแสนถึง 400,000 บาท แลกกับการปล่อยให้มีการลักลอบใช้ไฟ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าของประเทศรวมแล้วกว่าหลายพันล้านบาท

ในส่วนของความคืบหน้าคดีละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์รายใหญ่ ซึ่งมีผู้เข้าชมกว่า 25 ล้านคนต่อเดือน ดีเอสไอได้ยกระดับเป็นคดีพิเศษฐานสมคบกันฟอกเงิน หลังพบหลักฐานสำคัญที่ชี้ว่ามีการนำรายได้จากโฆษณาเว็บพนันออนไลน์ไปฟอกผ่านบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลและบัญชีม้าอย่างเป็นระบบ โดยล่าสุดศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 7 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ นายแทนไท ณรงค์กูล นักธุรกิจชื่อดังที่มีชื่อพัวพันกับการบริหารจัดการเส้นทางการเงินและการติดต่อซื้อขายไฟล์ภาพยนตร์ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ แม้ปัจจุบันจะมีการจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้แล้ว 4 ราย แต่ นายแทนไท ยังคงอยู่ระหว่างการหลบหนีและยังไม่ได้ประสานเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนถึงการทุจริตเชิงโครงสร้างที่อาชญากรรมไซเบอร์เข้ามาแทรกซึมในหน่วยงานรัฐ โดยใช้ความซับซ้อนของเทคโนโลยีบล็อกเชนและคริปโตเคอร์เรนซีเป็นเครื่องมือในการฟอกเงินและอำพรางเส้นทางการเงิน การที่เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางการเงิน แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในระยะยาว ซึ่งหลังจากนี้ดีเอสไอเตรียมประสานงานร่วมกับ ปปง. และกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อขยายผลยึดทรัพย์สินทั้งหมดที่ได้จากการกระทำความผิด และปิดกั้นแพลตฟอร์มผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อตัดวงจรอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ให้สิ้นซาก

 

Related posts