Pantera Capital ประกาศ “ยุคแห่งแอปพลิเคชัน” มาถึงแล้ว ยก Pump.fun นำทัพสู่ Global Hackathon

Dan Morehead ผู้ก่อตั้ง Pantera Capital ประกาศสิ้นสุดยุค “สร้างโครงสร้างพื้นฐาน” ชี้เป้าแอปพลิเคชันอย่าง Pump.fun และ Polymarket คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าคริปโตค้นพบ Product-Market Fit แล้ว พร้อมระบุช่วงเวลานับจากนี้ถึงปี 2026 เปรียบเสมือน “Global Hackathon” ครั้งประวัติศาสตร์ที่จะคัดกรองผู้ชนะตัวจริงในโลก Web3
วงการสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคที่เน้นการเก็งกำไรเหรียญ Layer-1 มาสู่ยุคของ “Application Layer” อย่างเต็มตัว โดย Dan Morehead ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Pantera Capital กองทุน Hedge Fund คริปโตระดับโลก ได้ออกมาชี้ให้เห็นถึงเทรนด์สำคัญที่กำลังก่อตัวขึ้น โดยระบุว่าแพลตฟอร์มอย่าง Pump.fun (แพลตฟอร์มสร้างเหรียญ Meme) และ Polymarket (ตลาดทายผลเจาะกลุ่ม Prediction Market) ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้งานบล็อกเชนที่มี Real Demand รองรับ โดยล่าสุด Pump.fun สามารถทำรายได้ค่าธรรมเนียมทะลุ 3,400 ล้านบาท (100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในระยะเวลาอันสั้น ในขณะที่ Polymarket มียอดการใช้งานสะพัดหลัก หมื่นล้านบาท ในช่วงการเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้งานเริ่มมองหา Utility ที่จับต้องได้มากกว่าแค่เทคโนโลยีที่ซับซ้อน
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ Morehead เปรียบเทียบสภาวะตลาดปัจจุบันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ “Hackathon 2026” หรือการแข่งขันพัฒนานวัตกรรมระยะยาวที่จะส่งผลไปอีก 2-3 ปีข้างหน้า เขามองว่าช่วงเวลาที่ผ่านมายาวนานกว่า 10 ปี เราเสียเวลาไปกับการสร้าง “ถนน” (Infrastructure/Blockchain Layer) แต่ตอนนี้ถนนเสร็จแล้ว และถึงเวลาที่ “รถยนต์” (dApps) จะลงมาวิ่ง โดย Pantera Capital มองว่าโมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในรอบนี้ จะไม่ใช่โปรเจกต์ที่ขายฝันด้วย Whitepaper อีกต่อไป แต่ต้องเป็นโปรเจกต์ที่มีกระแสเงินสดจริง มีผู้ใช้งานจริง (Active Users) และสามารถสร้างรายได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินเฟ้อจากการแจก Token เพียงอย่างเดียว เหมือนที่ Pump.fun และ Polymarket กำลังทำได้สำเร็จ
นัยสำคัญของเรื่องนี้ (Implication) ต่อระบบนิเวศการลงทุนคือ การเปลี่ยนแปลง Valuation Model หรือวิธีการประเมินมูลค่าของโปรเจกต์คริปโต นักลงทุนสถาบันจะเริ่มหันมามอง Metrics แบบโลกธุรกิจดั้งเดิม เช่น รายได้ (Revenue) และ กำไร (Profitability) มากกว่าแค่ Total Value Locked (TVL) การที่ Pantera ออกมาเน้นย้ำถึงปี 2026 เป็นการส่งสัญญาณว่า ตลาดกำลังจะเข้าสู่ช่วง Consolidation หรือการคัดกรองครั้งใหญ่ ซึ่งแอปพลิเคชันที่เกิดขึ้นในช่วง “Hackathon Phase” นี้ จะกลายเป็นยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีรายใหม่ในอนาคต คล้ายกับที่ Google และ Amazon เติบโตหลังยุค Dot-com bubble และนี่คือโอกาสทองของนักพัฒนาและนักลงทุนที่มองเห็นเพชรเม็ดงามเหล่านี้ก่อนใคร









