โมเดลใหม่ Layer 2: Optimism เคาะใช้รายได้ Superchain ซื้อคืนโทเคน เริ่มกุมภาพันธ์ 2026 นี้

ชุมชน Optimism ลงมติ “เห็นชอบ” อย่างท่วมท้นกว่า 84.4% อนุมัติแผนประวัติศาสตร์ในการเปลี่ยนโมเดลเศรษฐศาสตร์ของโทเคน (Tokenomics) โดยเตรียมแบ่งรายได้ 50% จากค่าธรรมเนียมบนเครือข่าย Superchain เพื่อนำมา “ซื้อคืน” (Buyback) เหรียญ OP คาดการณ์มูลค่าเบื้องต้นสูงถึง 270 ล้านบาท ($8 Million) เพื่อเปลี่ยน OP จากโทเคนที่ใช้เพียงโหวต ให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่สะท้อนการเติบโตของเครือข่ายอย่างแท้จริง
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระบบนิเวศ Ethereum Layer 2 ได้รับการยืนยันแล้ว เมื่อข้อเสนอ Governance ล่าสุดของ Optimism ผ่านการโหวตจากชุมชน เพื่อเริ่มโครงการนำร่อง (Pilot Program) เป็นระยะเวลา 12 เดือน โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2026 เป็นต้นไป ภายใต้แผนงานนี้ Optimism Foundation จะนำรายได้ 50% ที่เกิดจากค่าธรรมเนียม Sequencer ของเครือข่ายในกลุ่ม Superchain—ซึ่งรวมถึงยักษ์ใหญ่อย่าง Base, Unichain และ World Chain—มาทำการซื้อคืน (Buyback) เหรียญ OP โดยในช่วงแรกจะใช้วิธีการซื้อผ่านตลาด OTC (Over-the-Counter) เพื่อลดผลกระทบต่อความผันผวนของราคาหน้ากระดานในระยะสั้น ก่อนจะส่งเหรียญกลับเข้าสู่คลัง (Treasury) เพื่อใช้สำหรับเป็นรางวัลจูงใจ (Incentives) หรืออาจพิจารณาเผาเหรียญ (Burn) ในอนาคตตามมติของชุมชน
นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่คือก้าวสำคัญที่จะลบคำครหาว่า OP เป็นเพียง “Useless Governance Token” หรือเหรียญที่มีไว้แค่โหวตแต่ไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ การผูกมูลค่าเหรียญเข้ากับรายได้จริง (Real Yield/Revenue) ของเครือข่ายที่มีผู้ใช้งานหนาแน่นที่สุดในโลก L2 ถือเป็นการสร้าง “Value Accrual” ที่จับต้องได้ โดย Adewale Olarinde นักวิเคราะห์ด้านคริปโตมองว่า “โมเดลนี้เปลี่ยน OP ให้เป็นสินทรัพย์ที่เติบโตตาม Network Activity อย่างแท้จริง หาก Superchain โต OP ก็จะได้ประโยชน์โดยตรง” อย่างไรก็ตาม ยังมีเสียงสะท้อนบางส่วนจาก Delegates ที่กังวลเรื่องการซื้อแบบ OTC ว่าอาจไม่ได้ดันราคาตลาด (Spot Price) ให้พุ่งแรงทันทีเหมือนการซื้อในกระดานเทรดทั่วไป แต่ถือเป็นการสร้างพื้นฐานราคาที่แข็งแกร่งในระยะยาว
ในเชิงโครงสร้าง ผลกระทบจากดีลนี้อาจเป็นโดมิโน่เอฟเฟกต์ที่ส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วอุตสาหกรรม Layer 2 การที่ Optimism กล้าที่จะนำรายได้จาก Sequencer ซึ่งเป็นท่อน้ำเลี้ยงหลักมาแบ่งปันคืนสู่มูลค่าโทเคน จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ (New Standard) ที่กดดันให้คู่แข่งในตลาด L2 อื่นๆ ต้องหันมาทบทวนโมเดล Tokenomics ของตนเอง การเชื่อมโยงความสำเร็จของเชนลูกข่าย (เช่น Base ของ Coinbase) เข้ากับราคาเหรียญแม่ (OP) ยังเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของวิสัยทัศน์ “Superchain” ที่เน้นการทำงานร่วมกันมากกว่าการแข่งขัน ซึ่งหากโมเดลนี้ประสบความสำเร็จในปี 2026 เราอาจได้เห็นการไหลเข้าของสถาบันการเงินที่มองหาคริปโตที่มี Cash Flow ชัดเจนเข้ามาลงทุนใน OP มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ









