64 ล้านล้านบาทสะเทือน! Altcoin ทะยานแตะจุดชี้ชะตา หลัง Top 10 กวาดส่วนแบ่งตลาดเบ็ดเสร็จ 82%

64 ล้านล้านบาทสะเทือน! Altcoin ทะยานแตะจุดชี้ชะตา หลัง Top 10 กวาดส่วนแบ่งตลาดเบ็ดเสร็จ 82%

ข่าวสาร
February 1, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-02-01T153926.765

1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 64,220,000,000,000 บาท (64.2 ล้านล้านบาท) คือมูลค่าทางตลาดของ Altcoin ในปัจจุบันที่กำลังเผชิญกับบททดสอบ “อยู่หรือไป” ครั้งใหญ่ที่สุดของปี 2026 หลังจากข้อมูลล่าสุดชี้ชัดว่าเหรียญในกลุ่ม Top 10 กวาดส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ไปสูงถึง 82% ทิ้งให้เหรียญขนาดกลางและขนาดเล็กนับหมื่นโปรเจกต์ต้องดิ้นรนแย่งชิงเศษเสี้ยวสภาพคล่องที่เหลืออยู่เพียง 18% เท่านั้น ซึ่งสถานการณ์นี้กำลังสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อโครงสร้างระบบนิเวศคริปโตในภาพรวม


สถานการณ์การกระจุกตัวของเงินทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีช่วงต้นปี 2026 ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อรายงานจาก Coin Metrics และข้อมูลจาก Crypto.news ระบุว่ากลุ่มเหรียญ Blue-chip 10 อันดับแรกที่ไม่รวม Bitcoin กำลังสถาปนาอำนาจเหนือตลาดอย่างเบ็ดเสร็จ โดยสัดส่วนการครองตลาดที่พุ่งสูงถึง 82% นี้ เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากระดับ 70% ในช่วง 5 ปีก่อนหน้า ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่นักลงทุนสถาบันเริ่มคัดกรองสินทรัพย์อย่างเข้มงวด ทำให้เม็ดเงินไหลเข้ากระจุกตัวเพียงในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงและมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับที่ชัดเจน ส่งผลให้เหรียญขนาดเล็ก (Small-cap) เผชิญกับภาวะ “สภาพคล่องเหือดแห้ง” และต้องเผชิญกับบททดสอบสำคัญในการรักษาแนวรับทางจิตวิทยาที่ระดับมูลค่าตลาดรวมที่อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนผ่านสำคัญของรอบวัฏจักรนี้

ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์สินทรัพย์ดิจิทัลมองว่า ปรากฏการณ์นี้คือการเข้าสู่ยุค “Flight to Quality” หรือการแสวงหาสินทรัพย์ที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือมากกว่าการเก็งกำไรอย่างไร้ทิศทาง โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่านักลงทุนในปัจจุบันไม่ได้มอง Altcoin เป็นกลุ่มก้อนเดียวกันอีกต่อไป แต่เลือกที่จะให้น้ำหนักกับสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการเป็นโครงสร้างพื้นฐาน เช่น Ethereum, Solana หรือเหรียญในกลุ่มสถาบันการเงินที่พิสูจน์แล้วว่ามี Use Case จริง ซึ่ง “ความคาดหวังของตลาดได้ยกระดับขึ้นเกินกว่าเพียงแค่สัญญาใน Whitepaper แต่มุ่งเน้นไปที่รายได้จริงและการยอมรับในระดับมหภาค” ทำให้เหรียญที่อยู่นอกกลุ่มผู้นำต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างหนักเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดจากเงื้อมมือของยักษ์ใหญ่

ผลกระทบเชิงระบบจากภาวะความเหลื่อมล้ำของ Market Share นี้ กำลังส่งสัญญาณถึงการปรับโครงสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem Restructuring) ครั้งใหญ่ที่อาจทำให้โมเดล “Altseason” แบบเดิมที่ทุกเหรียญขึ้นพร้อมกันกลายเป็นอดีต เนื่องจากกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นและการเข้ามาของกองทุน Spot ETF ในหลายประเทศได้กลายเป็นกำแพงภาษีและกฎหมายที่คัดกรองเฉพาะเหรียญชั้นนำเท่านั้นที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนใหม่ได้ การที่กลุ่ม Top 10 ครองตลาดกว่า 8 ใน 10 ส่วน ย่อมหมายถึงความเสี่ยงที่ลดลงในแง่ของความผันผวนรุนแรงสำหรับภาพรวมตลาด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการปิดประตูตายสำหรับนวัตกรรมจากโปรเจกต์เริ่มต้น (Startups) ที่ขาดแคลนเงินทุนสนับสนุน ซึ่งอาจส่งผลให้อุตสาหกรรมเข้าสู่ภาวะการควบรวมกิจการหรือการล่มสลายของโปรเจกต์ขนาดเล็กที่ไม่มีความแตกต่างทางเทคโนโลยีอย่างแท้จริงในอนาคตอันใกล้

Related posts