ไม่ต้องโอนข้ามเชนอีกต่อไป! Jupiter เปิดตัวฟีเจอร์ Polymarket ให้คุณเก็งกำไรเหตุการณ์โลกได้ในกระเป๋าเดียว

การขยายอาณาจักรครั้งสำคัญของ Polymarket ตลาดพยากรณ์ (Prediction Market) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สู่เครือข่าย Solana ผ่านการรวมระบบเข้ากับ Jupiter ตัวรวมสภาพคล่องอันดับหนึ่ง ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ของวงการ DeFi โดยการขยับตัวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มช่องทางใช้งาน แต่เป็นการปลดล็อกสภาพคล่องมหาศาลจากผู้ใช้ Solana หลายล้านราย ให้สามารถเข้าถึงการวางเดิมพันเหตุการณ์ระดับโลกได้โดยตรง ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันปริมาณการซื้อขายในตลาดพยากรณ์ให้พุ่งสูงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว จากปัจจุบันที่มีมูลค่าการซื้อขายหมุนเวียนรวมในอุตสาหกรรมสูงกว่า 3.17 หมื่นล้านบาท (ประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์) ต่อเดือน
รายละเอียดของความร่วมมือในครั้งนี้ คือการที่ Jupiter ได้เพิ่มแถบเมนูใหม่ที่ชื่อว่า “Prediction” เข้าไปในแอปพลิเคชันโดยตรง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงสัญญาซื้อขายของ Polymarket ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนที่ยุ่งยากอย่างการบริดจ์ (Bridge) เงินข้ามเครือข่ายเหมือนในอดีต ซึ่งเดิมที Polymarket ทำงานหลักอยู่บนเครือข่าย Polygon แต่ด้วยประสิทธิภาพของ Solana ที่มีความเร็วสูงและค่าธรรมเนียมที่ถูกมากเพียงไม่กี่สตางค์ต่อธุรกรรม ทำให้การซื้อขายสิทธิ์ในเหตุการณ์ต่างๆ เช่น ผลการเลือกตั้ง รางวัลภาพยนตร์ หรือแม้แต่ทิศทางดอกเบี้ยธนาคารกลาง กลายเป็นเรื่องที่ไหลลื่นเหมือนการเทรดเหรียญคริปโตทั่วไป การเชื่อมต่อนี้ยังมาพร้อมกับระบบหลังบ้านที่แข็งแกร่งของ Jupiter ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้เหรียญใดก็ได้ในกระเป๋าเพื่อเข้าซื้อสัญญาพยากรณ์เหล่านี้ได้ทันที
ในมุมมองของนักวิเคราะห์มองว่า การที่ Polymarket เลือกปักธงบน Solana ผ่าน Jupiter เป็นกลยุทธ์ “ทางลัด” ที่ชาญฉลาด เพราะเป็นการนำเอาผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการสูง (Product-Market Fit) ไปวางไว้ในที่ที่มีฐานผู้ใช้งานหนาแน่นที่สุด เปรียบเสมือนการนำร้านสะดวกซื้อชื่อดังไปเปิดสาขาในห้างสรรพสินค้าที่มีคนเดินพลุกพล่านที่สุด แทนที่จะรอให้คนเดินทางมาหาที่ร้านเดิม การบูรณาการนี้ยังช่วยลดกำแพงทางจิตวิทยาของผู้ใช้งานรายใหม่ เนื่องจากหน้าตาอินเทอร์เฟซของ Jupiter นั้นถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายเหมือนแอปพลิเคชันการเงินสมัยใหม่ ช่วยลดภาพลักษณ์ความน่ากลัวของ “โลกคริปโต” ให้กลายเป็นเครื่องมือพยากรณ์ที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ ซึ่งจะส่งผลให้ฐานผู้ใช้งานของทั้งสองแพลตฟอร์มเติบโตไปพร้อมกันอย่างมีนัยสำคัญ
ผลกระทบเชิงระบบในระยะยาวจะเห็นได้จากการแข็งค่าของ “เศรษฐศาสตร์ข้อมูล” (Information Finance) โดยตลาดพยากรณ์จะไม่ได้เป็นเพียงที่สำหรับนักพนันอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นดัชนีชี้วัดความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ต่างๆ ที่มีความแม่นยำสูงกว่าโพลสำรวจทั่วไป เนื่องด้วยผู้ร่วมตลาดต้องใช้เงินจริงในการยืนยันความเชื่อของตนเอง นอกจากนี้ การรวมตัวนี้ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ของ Solana ในฐานะเครือข่ายที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้งานทั่วไป (Consumer Chain) มากกว่าเครือข่ายคู่แข่ง และอาจนำไปสู่การเกิดผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ เช่น ประกันภัยความเสี่ยงจากเหตุการณ์เฉพาะตัว หรือการใช้ผลการพยากรณ์มาเป็นตัวกำหนดอัตราดอกเบี้ยในโปรโตคอลกู้ยืม ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยขยายขอบเขตมูลค่าของระบบนิเวศคริปโตให้กว้างไกลกว่าเดิม









