Bitcoin ดิ่งนรก! หลุด 2,400,000 บาท เซ่นพิษภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดล้างพอร์ตยับกว่า 8 หมื่นล้านบาท

Bitcoin ดิ่งนรก! หลุด 2,400,000 บาท เซ่นพิษภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดล้างพอร์ตยับกว่า 8 หมื่นล้านบาท

ข่าวสาร
February 2, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-02-02T154429.910

ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเผชิญกับคลื่นยักษ์ความผันผวนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อราคา Bitcoin (BTC) ทรุดตัวลงอย่างรุนแรงกว่า 13% ในรอบ 7 วัน หลุดระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 80,000 ดอลลาร์ ลงมาเคลื่อนไหวในโซน 2,380,000 ถึง 2,420,000 บาท ส่งผลให้สถานะการเทรดที่ใช้เลเวอเรจสูงถูกบังคับปิดสถานะหรือ “ล้างพอร์ต” คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทั่วโลกรวมกว่า 2,500 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 89,000 ล้านบาทไทย ถือเป็นเหตุการณ์ดิ่งลงที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กดดันสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท


เหตุการณ์การดิ่งลงของราคาสินทรัพย์ดิจิทัลเบอร์หนึ่งของโลกในครั้งนี้ เริ่มต้นจากการถูกกระหน่ำขายในช่วงคืนวันเสาร์ต่อเนื่องถึงเช้าวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 โดยราคา Bitcoin ร่วงจากระดับเกือบ 3 ล้านบาท ลงมาแตะจุดต่ำสุดที่ประมาณ 2,380,000 บาท ซึ่งสาเหตุหลักถูกมองว่าเป็น “พายุที่สมบูรณ์แบบ” (Perfect Storm) จากทั้งปัจจัยภายนอกอย่างความไม่สงบในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น และปัจจัยภายในตลาดเองที่มีแรงเทขายจากกลุ่มนักลงทุนที่กู้ยืมเงินมาซื้อสินทรัพย์มากเกินไป เมื่อราคาร่วงลงถึงจุดหนึ่งจึงเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่บังคับขายอัตโนมัติ ทำให้ราคาดิ่งลึกลงไปมากกว่าปกติ เปรียบเสมือนโดมิโนที่ล้มครืนจนนักลงทุนรายย่อยไม่สามารถตั้งตัวได้ทัน

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำเริ่มมีการออกมาให้ความเห็นว่า แม้ในระยะสั้นตลาดจะดูย่ำแย่ แต่พฤติกรรมของ “วาฬ” หรือนักลงทุนรายใหญ่ยังคงน่าสนใจ โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนอย่าง MicroStrategy ที่แม้ราคาตลาดปัจจุบันจะต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของบางไม้ที่ซื้อมา แต่ทางบริษัทยังคงยืนหยัดในกลยุทธ์ “ถือยาว” และมองหาจังหวะในการระดมทุนเพื่อเข้าซื้อเพิ่มในช่วงที่ตลาดตื่นตระหนก นักวิเคราะห์เปรียบเทียบว่าเหตุการณ์นี้เหมือนการ “ทำความสะอาดบ้าน” เพื่อขจัดกลุ่มนักลงทุนที่เก็งกำไรระยะสั้นและใช้ความเสี่ยงเกินตัวออกไป เพื่อให้ฐานรากของราคาในอนาคตมีความแข็งแรงมากขึ้นตามวงจร 4 ปีของ Bitcoin ที่มักจะมีความผันผวนสูงก่อนจะปรับตัวขึ้นจริง

ผลกระทบเชิงระบบที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ Bitcoin เท่านั้น แต่ได้ลามไปถึงเหรียญทางเลือกอื่นๆ อย่าง Ethereum ที่ร่วงลงไปแตะระดับ 72,000 บาท และ Solana ที่เกือบหลุดแนวรับสำคัญ 3,200 บาท การที่ราคา Bitcoin หลุดต้นทุนเฉลี่ยของบริษัทใหญ่ๆ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตทั่วโลกที่ปรับตัวลดลงตามกัน อย่างไรก็ตาม ระบบนิเวศโดยรวมยังคงทำงานได้ตามปกติ ไม่มีการหยุดชะงักของเครือข่ายบล็อกเชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านี่คือวิกฤตด้าน “ราคา” และ “ความรู้สึก” มากกว่าจะเป็นวิกฤตด้านโครงสร้างพื้นฐานเหมือนในอดีต ตลาดยังคงรอคอยเม็ดเงินใหม่จากกองทุน Spot ETF ที่อาจจะกลับเข้ามาช้อนซื้อหากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเริ่มคลี่คลาย

Related posts