เจาะปมปริศนา ETH ร่วง! Tom Lee ชี้ “ไร้พลังทวี” ทำราคาอืด สวนทางกระแสคาดการณ์

เจาะปมปริศนา ETH ร่วง! Tom Lee ชี้ “ไร้พลังทวี” ทำราคาอืด สวนทางกระแสคาดการณ์

ข่าวสาร
February 3, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-02-03T153834.160

การร่วงลงอย่างรุนแรงของ Ethereum (ETH) ที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในช่วงที่ผ่านมานั้นไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานที่ล้มเหลว แต่เกิดจาก “ภาวะสุญญากาศของพลังทวี” (Lack of Leverage) ตามมุมมองของ Tom Lee หัวหน้าฝ่ายวิจัยจาก Fundstrat โดยเขาระบุว่าการขาดแคลนการกู้ยืมเพื่อการลงทุนประกอบกับปรากฏการณ์แรงเหวี่ยงจากตลาดโลหะมีค่า (Metals Vortex) ได้กลายเป็นตัวฉุดกระชากมูลค่าตลาดให้หายไปมหาศาล ซึ่งแรงเทขายนี้ส่งผลกระทบต่อพอร์ตการลงทุนของนักเทรดทั่วโลกที่ตั้งรับไม่ทันกับความผันผวนระดับหลายหมื่นล้านบาทในเวลาเพียงไม่กี่วัน


รายละเอียดของเหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากการที่ราคา Ethereum ไม่สามารถพุ่งทะยานได้ตามความคาดหวังแม้จะมีปัจจัยบวกอย่างการอนุมัติกองทุน ETF ในต่างประเทศ โดย Tom Lee สังเกตเห็นความผิดปกติที่ราคาเหรียญมักจะถูกกดทับทุกครั้งที่ตลาดการเงินดั้งเดิมมีความผันผวน โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์และโลหะมีค่าที่มีความเชื่อมโยงกับกระแสเงินสดในระบบเศรษฐกิจโลก เมื่อสภาพคล่องในส่วนนี้หายไปหรือถูกดึงกลับเพื่อไปชดเชยส่วนต่างในตลาดอื่น (Margin Call) Ethereum ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงจึงถูกเทขายออกมาเป็นอันดับต้นๆ เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสด ส่งผลให้ราคาดิ่งลงอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ปัจจัยทางเทคนิคทั่วไปจะอธิบายได้

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญระดับโลกอย่าง Lee เขาให้บทเรียนที่น่าสนใจว่า “Leverage” หรือการกู้ยืมมาลงทุน เปรียบเสมือนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ช่วยเร่งเครื่องยนต์ให้ราคาพุ่งทะยาน แต่ในรอบนี้เครื่องยนต์ของ Ethereum กลับทำงานแบบไร้น้ำมัน ทำให้เมื่อเจอแรงต้านเพียงเล็กน้อย ราคาก็ทรุดตัวลงได้ง่ายกว่าปกติ เขาเปรียบเทียบว่าเหมือนเราพยายามขับรถขึ้นเขาโดยไม่มีเกียร์ช่วยแรง ต่อให้ตัวรถจะดีแค่ไหนก็ไปได้ช้าและถอยหลังได้ง่ายเมื่อเจอทางชัน การที่นักลงทุนรายใหญ่ยังไม่ยอมใส่ “พลังทวี” เข้ามาในระบบ สะท้อนถึงความระมัดระวังต่อสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนให้รายย่อยต้องกลับมาทบทวนการวางกลยุทธ์ใหม่อย่างรอบคอบ

ผลกระทบเชิงระบบจากปรากฏการณ์นี้ส่งผลกว้างไกลกว่าแค่ราคาเหรียญบนกระดานเทรด แต่มันกำลังแสดงให้เห็นถึง “ความเชื่อมโยงที่แยกขาดจากกันไม่ได้” ระหว่างตลาดคริปโตและตลาดการเงินโลก เมื่อ Ethereum กลายเป็นสินทรัพย์ที่สถาบันการเงินเริ่มเข้าถือครองมากขึ้น มันจึงต้องรับแรงกระแทกจากปัจจัยภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับโลกบล็อกเชนโดยตรงมากขึ้นตามไปด้วย สภาพการณ์เช่นนี้อาจทำให้ในช่วงสั้นเราจะเห็นการเคลื่อนไหวของราคาที่เป็นไปในทิศทางเดียวกับดัชนีเศรษฐกิจหลักมากขึ้น ซึ่งหมายความว่าความฝันที่จะเห็นคริปโตเป็น “สินทรัพย์อิสระ” อย่างสมบูรณ์อาจจะต้องใช้เวลาพิสูจน์อีกยาวนานตราบใดที่สภาพคล่องส่วนใหญ่ยังผูกติดกับเม็ดเงินในระบบธนาคารแบบเดิม

 

Related posts