Bitcoin ร่วงรับข่าว? วิเคราะห์แผนตั้งประธาน Fed คนใหม่ของทรัมป์ เมื่อ “สายเหยี่ยว” กลับมาคุมบังเหียนการเงินสหรัฐฯ

Bitcoin ร่วงรับข่าว? วิเคราะห์แผนตั้งประธาน Fed คนใหม่ของทรัมป์ เมื่อ “สายเหยี่ยว” กลับมาคุมบังเหียนการเงินสหรัฐฯ

ข่าวสาร
February 3, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-02-03T153630.102

การขยับหมากครั้งสำคัญของ Donald Trump ในการเสนอชื่อ Kevin Warsh อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธาน Fed คนใหม่ แทนที่ Jerome Powell กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วตลาดการเงิน โดยเฉพาะตลาดคริปโตเคอร์เรนซีที่เดิมพันสูงกับนโยบายผ่อนคลาย การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนตัวบุคคล แต่คือการส่งสัญญาณ “Mixed Signal” ที่น่ากังวล เพราะในขณะที่ Warsh มีมุมมองเชิงบวกต่อเทคโนโลยีบล็อกเชน แต่เขากลับขึ้นชื่อเรื่องแนวคิด “สายเหยี่ยว” (Hawkish) ที่เน้นการดูดซับสภาพคล่องกลับและควบคุมงบดุลอย่างเข้มงวด ซึ่งอาจกลายเป็นกำแพงสูงที่สกัดกั้นเม็ดเงินมูลค่าหลายแสนล้านบาทไม่ให้ไหลเข้าสู่ Bitcoin ในอนาคตอันใกล้


การประกาศเสนอชื่อ Kevin Warsh เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ตลาดคริปโตกำลังรอคอยความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ย โดยราคา Bitcoin ได้รับแรงกดดันทันทีที่ข่าวเริ่มสะพัดจนร่วงลงไปทดสอบระดับต่ำกว่า 2,640,000 บาท ($80,000) ในบางช่วงเวลา เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกังวลว่าประธาน Fed คนใหม่ภายใต้รัฐบาลทรัมป์อาจไม่ได้เป็น “สายพิราบ” ที่จะเร่งลดดอกเบี้ยตามที่คาดหวังไว้ก่อนหน้า การที่ Warsh เคยสนับสนุนแนวคิดเรื่องการปรับลดขนาดงบดุลของธนาคารกลางอย่างรวดเร็วเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าสภาพคล่องส่วนเกินในระบบการเงินโลกที่มีมูลค่ามหาศาลอาจถูกดึงกลับเข้าสู่คลังสหรัฐฯ ส่งผลโดยตรงต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่พึ่งพาสภาพคล่องสูงอย่างเหรียญดิจิทัลและหุ้นเทคโนโลยี

นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำมองว่า Warsh คือ “นักยุทธศาสตร์ผู้รอบคอบ” ซึ่งแตกต่างจากแคนดิเดตคนอื่นที่อาจเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว โดยผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่าแม้ Warsh จะเคยระบุว่า Bitcoin เป็น “สินทรัพย์เก็บมูลค่าที่ยั่งยืนคล้ายทองคำ” แต่บทบาทหน้าที่ในฐานะประธาน Fed จะบังคับให้เขาต้องให้ความสำคัญกับเสถียรภาพของเงินดอลลาร์เป็นอันดับแรก ซึ่งหมายความว่าการสนับสนุนคริปโตในเชิงทฤษฎีอาจไม่เท่ากับการสนับสนุนในเชิงนโยบายการเงิน บทเรียนสำหรับตลาดในครั้งนี้คือ “วาทกรรมทางการเมือง” อาจสวยหรู แต่ “ตัวเลขทางบัญชี” ของ Fed คือของจริง นักลงทุนจึงต้องแยกแยะระหว่างการสนับสนุนอุตสาหกรรม (Crypto-friendly) กับการอัดฉีดเงินเข้าระบบ (Liquidity injection) ออกจากกันให้ชัดเจน

หาก Kevin Warsh ได้รับการรับรองตำแหน่ง ผลกระทบเชิงระบบที่ตามมาอาจเป็นการปรับโครงสร้างการไหลเวียนเงินทุนโลกใหม่ นโยบายที่เน้นวินัยการเงินอาจทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมักจะเป็นศัตรูตัวฉกาจของราคา Bitcoin นอกจากนี้การผลักดันแนวคิด “Fedcoin” หรือสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDC) ที่เขาเคยให้ความสนใจ อาจสร้างความขัดแย้งกับกลุ่มผู้สนับสนุนคริปโตที่ต้องการความเป็นอิสระจากรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่ง การได้ประธาน Fed ที่เข้าใจเทคโนโลยีอาจช่วยให้การออกกฎหมายรองรับสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ มีความชัดเจนและเป็นสากลมากขึ้น ซึ่งแม้จะแลกมาด้วยสภาพคล่องที่ตึงตัวในระยะสั้น แต่ก็อาจเป็นการปูพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในระยะยาวของตลาดคริปโตที่มีมูลค่าระดับล้านล้านบาท

Related posts