ยุคสมัยแห่ง RWA มาถึงแล้ว! MetaMask เปิดตัวฟีเจอร์ซื้อขายสินทรัพย์โลกจริง (Tokenized Assets) ครอบคลุมหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ชั้นนำ

ยุคสมัยแห่ง RWA มาถึงแล้ว! MetaMask เปิดตัวฟีเจอร์ซื้อขายสินทรัพย์โลกจริง (Tokenized Assets) ครอบคลุมหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ชั้นนำ

ข่าวสาร
February 4, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-02-04T111743.334

MetaMask กระเป๋าเงินคริปโตที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมการเงินด้วยการประกาศรวมระบบกับ Ondo Finance เพื่อนำ “สินทรัพย์ในโลกจริง” (Real-World Assets หรือ RWA) เข้ามาสู่โลก On-chain อย่างเต็มตัว ช่วยให้ผู้ใช้งานนอกสหรัฐฯ สามารถเข้าถึงหุ้นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Apple และ NVIDIA รวมถึง ETF ทองคำและเงินได้ทันทีผ่านเหรียญ USDC โดยไม่ต้องพึ่งพาโบรกเกอร์แบบดั้งเดิม การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำกระแส RWA ที่กำลังมาแรง แต่ยังเป็นการเปลี่ยนบทบาทของกระเป๋าคริปโตจากเพียงที่เก็บเหรียญ ให้กลายเป็น “พอร์ตการลงทุนรวม” ที่มีมูลค่าตลาดมหาศาลกว่าหลายล้านล้านบาท


การเปิดตัวในครั้งนี้เป็นการผสานเทคโนโลยีของ Ondo Global Markets เข้ากับระบบ Swap ของ MetaMask โดยตรง ซึ่งผู้ใช้งานที่ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบคุณสมบัติจะสามารถแลกเปลี่ยนเหรียญ Stablecoin (USDC) เป็นโทเค็น ‘GM’ (Global Markets) ที่มีมูลค่าอ้างอิงกับสินทรัพย์พื้นฐานในอัตราส่วน 1:1 ครอบคลุมสินทรัพย์กว่า 200 รายการ ตั้งแต่หุ้น Big Tech ไปจนถึงกองทุนดัชนี (ETFs) และสินค้าโภคภัณฑ์อย่างทองคำ แม้การซื้อขายจะเกิดขึ้นบนเครือข่ายบล็อกเชนที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แต่กลไกราคาและการจับคู่คำสั่งซื้อขายจะสอดคล้องกับเวลาเปิด-ปิดของตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพื่อรักษาความแม่นยำของมูลค่าสินทรัพย์ ซึ่งการทำธุรกรรมทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้การควบคุมสิทธิ์ของผู้ใช้เอง (Self-custodial) โดยไม่ต้องโอนสินทรัพย์ไปฝากไว้ที่ตัวกลางรายใด

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ เหตุการณ์นี้คือการพิสูจน์แนวคิด “Better Model” ของการเงินในอนาคตตามที่ Joe Lubin ซีอีโอของ Consensys ได้ระบุไว้ โดยเปรียบเทียบว่าการลงทุนในรูปแบบเดิมเปรียบเหมือนการต้องเปลี่ยนรถทุกครั้งเมื่อข้ามเขตแดน แต่ระบบใหม่นี้เปรียบเสมือนทางด่วนเส้นเดียวที่เชื่อมต่อทุกสินทรัพย์เข้าด้วยกัน ความสะดวกนี้ช่วยลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนของโบรกเกอร์แบบดั้งเดิมออกไป อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าแม้เทคโนโลยีจะเอื้ออำนวย แต่ผู้ใช้ยังต้องระมัดระวังเรื่องความแตกต่างของ “สภาพคล่อง” ระหว่างตลาดคริปโตและตลาดหุ้น รวมถึงความเสี่ยงด้านการกำกับดูแลในแต่ละประเทศที่อาจส่งผลต่อการเข้าถึงฟีเจอร์นี้ในระยะยาว

ผลกระทบเชิงระบบของความร่วมมือนี้จะส่งผลให้เกิดการหลอมรวมกันระหว่างการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) และการเงินดั้งเดิม (TradFi) อย่างรวดเร็ว เมื่อสินทรัพย์มูลค่าหลายแสนล้านบาทในตลาดหุ้นสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวกเหมือนการส่งเหรียญคริปโต จะเกิดการไหลเวียนของเม็ดเงินมหาศาลเข้ามาในระบบนิเวศของ Ethereum มากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นแรงผลักดันให้แพลตฟอร์มอื่นๆ ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับสินทรัพย์ประเภท RWA ซึ่งในอนาคตเราอาจได้เห็นการนำหุ้นหรือทองคำเหล่านี้ไปเป็นหลักค้ำประกันในการกู้ยืมบนโปรโตคอล DeFi ได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการเงินให้กับนักลงทุนทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

Related posts