ก.ล.ต. ยกระดับตลาดอนุพันธ์ไทย! เปิดประตู “คริปโตฯ-คาร์บอน” เป็นสินค้าอ้างอิงเต็มตัว

ก.ล.ต. ไทย สร้างหมุดหมายสำคัญในการผลักดัน “คริปโตเคอร์เรนซี” และ “คาร์บอนเครดิต” เข้าสู่กระแสหลัก หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ (10 ก.พ. 2569) ปรับสถานะให้เป็น “สินค้าอ้างอิง” ภายใต้ พ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนโฉมหน้าตลาด TFEX แต่ยังเป็นการปลดล็อกให้สินทรัพย์ดิจิทัลกลายเป็น “Asset Class” หรือสินทรัพย์เพื่อการลงทุนอย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าถึงเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่ทันสมัยเทียบเท่าตลาดโลก
จาก “ตัวแปร” สู่ “สินค้า”: การอัปเกรดครั้งใหญ่ของตลาดทุนไทย
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ระบุชัดเจนว่านี่คือการปรับฐานรากเพื่อให้ตลาดทุนไทย “Inclusive” หรือเข้าถึงง่ายและครอบคลุมมากขึ้น การทำให้ สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets) สามารถเป็นสินค้าอ้างอิงในตลาดอนุพันธ์ได้ จะช่วยให้นักลงทุนไม่ได้เพียงแค่ “ซื้อมา-ขายไป” ในตลาดสปอตอีกต่อไป แต่สามารถใช้สัญญาฟิวเจอร์ส (Futures) หรือออปชัน (Options) เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) หรือเก็งกำไรในทุกสภาวะตลาด
คาร์บอนเครดิต: มากกว่าแค่ตัวเลข แต่คือ “ของจริง”
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือการปรับสถานะ “คาร์บอนเครดิต” จากเดิมที่เป็นเพียง “ตัวแปรอ้างอิง” (ใช้อ้างอิงราคาแต่ชำระเป็นเงินสด) มาเป็น “สินค้าอ้างอิง” ซึ่งจะรองรับการซื้อขายแบบ Physical Delivery หรือการส่งมอบสินค้าจริง การเปลี่ยนแปลงนี้สอดรับกับเทรนด์ความยั่งยืนระดับโลก และช่วยให้ภาคธุรกิจที่ต้องการบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality สามารถวางแผนจัดหาคาร์บอนเครดิตผ่านตลาดอนุพันธ์ได้อย่างแม่นยำ
เตรียมปรับปรุงใบอนุญาตและกฎเกณฑ์
เพื่อให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลง ก.ล.ต. เตรียมดำเนินการใน 2 ส่วนหลัก:
-
Update Licenses: ปรับปรุงใบอนุญาตประกอบธุรกิจอนุพันธ์ เพื่อเปิดทางให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเดิม สามารถเข้ามาให้บริการในส่วนของสัญญาอนุพันธ์คริปโตฯ ได้
-
Contract Specification: ร่วมกับ TFEX กำหนดรายละเอียดของสัญญาให้ชัดเจน เพื่อให้เหมาะสมกับความผันผวนและธรรมชาติของโลกคริปโตฯ
การยกระดับครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า ไทยพร้อมแล้วที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่รองรับสินทรัพย์นวัตกรรม (New Gen Assets) อย่างปลอดภัยและมีมาตรฐานระดับสากล









