“OpenClaw เอาจริง! ประกาศนโยบาย No-Crypto บน Discord สกัดทางมิจฉาชีพ ล้างบางการหลอกลวง”

OpenClaw แพลตฟอร์มจัดการชุมชนออนไลน์ชื่อดัง ประกาศยกระดับมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุดด้วยการบังคับใช้โยบาย “No-Crypto” อย่างเข้มงวดบน Discord เพื่อตอบโต้ปัญหาการหลอกลวง (Scams) และการขโมยข้อมูลที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่การปกป้องผู้ใช้งานจากการสูญเสียเงินมูลค่ามหาศาล ซึ่งในบางกรณีมีความเสียหายสูงถึงหลักหลายล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 35 ล้านบาท (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) ต่อเหตุการณ์ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า แพลตฟอร์มกระแสหลักเริ่มมองว่า “คริปโต” เป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยมากกว่าโอกาสในการลงทุนในพื้นที่สาธารณะ
ทำไม OpenClaw ถึงต้องสั่งแบน? สาเหตุหลักที่ทำให้ OpenClaw ต้องออกกฎเหล็กนี้ คือ “ความปลอดภัย” ครับ ที่ผ่านมา Discord กลายเป็นสมรภูมิหลักของมิจฉาชีพที่เข้ามาแฝงตัวในคราบนักลงทุน เพื่อส่งลิงก์ปลอมหรือหลอกล่อให้ผู้ใช้เชื่อมต่อกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallet) จนนำไปสู่การถูกดูดสินทรัพย์จนหมดตัว ซึ่งสร้างความเสียหายรวมทั่วโลกเป็นมูลค่าหลายพันล้านบาท การตัดไฟแต่ต้นลมด้วยการห้ามเนื้อหาเกี่ยวกับคริปโตทั้งหมดจึงเป็นทางเลือกที่ OpenClaw มองว่าเด็ดขาดที่สุด
กฎใหม่ครอบคลุมอะไรบ้าง? นโยบายนี้ไม่ได้ห้ามแค่การซื้อขาย แต่รวมไปถึง:
-
การห้ามโปรโมทโปรเจกต์เหรียญใหม่ๆ (ICO/Memecoins)
-
การห้ามแชร์ลิงก์ที่เกี่ยวข้องกับกระเป๋าเงินคริปโต
-
การตรวจสอบข้อความอัตโนมัติที่เข้าข่ายการชักชวนลงทุน
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: ลองนึกภาพว่า Discord เหมือน “ห้องสมุดสาธารณะ” ที่เดิมทีใครจะคุยเรื่องอะไรก็ได้ แต่พักหลังมานี้มี “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” แฝงตัวเข้ามาแจกใบปลิวหลอกเงินคนในห้องสมุดทุกวัน จนสร้างความวุ่นวายและทำให้คนกลัวที่จะเข้าห้องสมุด OpenClaw ในฐานะผู้ดูแลจึงตัดสินใจออกกฎว่า “ห้ามใครพกใบปลิวคริปโตเข้ามาในนี้เด็ดขาด” เพื่อให้ทุกคนกลับมาใช้งานห้องสมุดได้อย่างสบายใจอีกครั้ง
ผลกระทบต่อนักลงทุน แม้ว่ามาตรการนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกได้มาก แต่ก็เป็นดาบสองคมสำหรับโปรเจกต์คริปโตน้ำดีที่ใช้ Discord เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับแฟนคลับ ซึ่งนับจากนี้ไปการสื่อสารเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลบนพื้นที่ของ OpenClaw จะทำได้ยากขึ้นมาก หรืออาจถูกปิดกั้นอย่างถาวร









