Bitcoin แตะ 2.3 ล้านบาท! รับแรงหนุนกำไร Nvidia และการล้างพอร์ต Short ครั้งใหญ่

Bitcoin แตะ 2.3 ล้านบาท! รับแรงหนุนกำไร Nvidia และการล้างพอร์ต Short ครั้งใหญ่

ข่าวสาร
February 26, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-02-26T153627.625

Bitcoin (BTC) กลับมาผงาดอีกครั้งโดยพุ่งทะลุแนวต้านสำคัญที่ $68,000 หรือประมาณ 2,348,000 บาท ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่คึกคักหลังยักษ์ใหญ่ด้านชิปประมวลผลอย่าง Nvidia เปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาด สร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกจากตลาดหุ้น Nasdaq สู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ส่งผลให้เทรดเดอร์ที่เปิดสถานะ “ขายชอร์ต” (Short Position) ถูกบีบให้ต้องปิดสถานะ (Liquidation) คิดเป็นมูลค่ารวมกว่าหลายสิบล้านดอลลาร์ ช่วยโหมกระแสขาขึ้นให้รุนแรงยิ่งขึ้น


Nvidia เอฟเฟกต์: เมื่อยักษ์ใหญ่ AI ปลุกชีพตลาดทุน ชนวนเหตุสำคัญของการปรับตัวขึ้นครั้งนี้มาจากรายงานผลประกอบการของ Nvidia ที่ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ซึ่งเปรียบเสมือน “เครื่องยนต์หลัก” ของเศรษฐกิจยุค AI การที่ Nvidia โชว์ตัวเลขกำไรที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ไม่เพียงแต่ทำให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น แต่ยังทำให้นักลงทุนกลับมามีความกล้าเสี่ยง (Risk-on Sentiment) ในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin อีกด้วย เนื่องจากตลาดมองว่าเทคโนโลยี AI และ Blockchain มีความเชื่อมโยงกันในเชิงโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต

Short Squeeze: เมื่อแรงกดดันกลายเป็นเชื้อเพลิง เมื่อราคา Bitcoin เริ่มขยับตัวสูงขึ้นตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลุ่มนักลงทุนที่ “แทงสวน” หรือคาดการณ์ว่าราคาจะร่วงลง (Short Sellers) ต้องเผชิญกับสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อราคาพุ่งทะลุจุดตัดขาดทุน ระบบจะทำการซื้อคืนอัตโนมัติเพื่อปิดสถานะ ซึ่งการ “ซื้อคืน” มหาศาลในเวลาอันสั้นนี้เองที่เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ดันราคา BTC จากระดับต่ำกว่า $67,000 (ประมาณ 2,313,000 บาท) ให้ดีดกลับขึ้นมาเหนือ $68,000 (ประมาณ 2,348,000 บาท) ได้อย่างรวดเร็ว

วิเคราะห์ภาพรวม: สัญญาณบวกหรือแค่ชั่วคราว? การที่ Bitcoin สามารถยืนเหนือระดับ 2.3 ล้านบาทได้อีกครั้ง ถือเป็นสัญญาณทางจิตวิทยาที่สำคัญ เพราะนอกจากจะล้างภาพลบจากความผันผวนในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้าแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าความต้องการซื้อ (Demand) ยังคงหนาแน่น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องจับตามองนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในตลาดในระยะยาว