SEC ถอย! ยุติคดีฉ้อโกง Justin Sun และ Tron Foundation อย่างเป็นทางการ แลกค่าปรับก้อนโต

SEC ถอย! ยุติคดีฉ้อโกง Justin Sun และ Tron Foundation อย่างเป็นทางการ แลกค่าปรับก้อนโต

ข่าวสาร
March 6, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-03-06T131457.930

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ตัดสินใจยกฟ้องข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อ Justin Sun ผู้ก่อตั้งโปรเจกต์ Tron, Tron Foundation และ BitTorrent Foundation อย่างเป็นทางการ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือบริษัท Rainberry Inc. (อดีต BitTorrent) ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้การดูแลของ Sun ตกลงที่จะชำระค่าปรับทางแพ่งจำนวน 10 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 317.7 ล้านบาท) การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการสิ้นสุดคดีความที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2023 ซึ่งเคยสร้างความสั่นสะเทือนให้กับตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในข้อหาการขายหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนและการปั่นราคาตลาด


ที่มาของคดี: จากข้อหาฉ้อโกงสู่การยอมความ

ย้อนกลับไปในปี 2023 SEC ได้ยื่นฟ้อง Justin Sun และบริษัทในเครืออย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่ามีการเสนอขายเหรียญ TRX และ BTT เป็นหลักทรัพย์โดยไม่ได้จดทะเบียน นอกจากนี้ยังมีการกล่าวอ้างถึงพฤติกรรมการปั่นราคา (Wash Trading) เพื่อทำให้ดูเหมือนว่ามีการซื้อขายเหรียญอย่างคึกคักเกินความเป็นจริง รวมถึงการจ้างดาราเซเลบริตี้ชื่อดัง (เช่น Lindsay Lohan และ Jake Paul) มาโปรโมตโดยไม่เปิดเผยค่าจ้าง

รายละเอียดการยุติข้อพิพาท

จากการตัดสินล่าสุดของศาลเขตทางตอนใต้ของนิวยอร์ก SEC ได้ยื่นคำร้องขอ “ยกฟ้องโดยไม่เสียสิทธิ” (Dismiss with Prejudice) ต่อตัว Justin Sun และมูลนิธิต่างๆ ของเขา ซึ่งหมายความว่าคดีในประเด็นเหล่านี้จะถูกปิดลงอย่างถาวร โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • Rainberry รับหน้าจ่าย: บริษัท Rainberry (ผู้พัฒนาโปรโตคอล BitTorrent) ยอมชำระเงินค่าปรับรวม 10 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 317.7 ล้านบาท เพื่อยุติคดี

  • ไม่มีการรับผิด: การยอมความครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า Justin Sun หรือบริษัทในเครือยอมรับผิดตามข้อกล่าวหา แต่เป็นการตกลงเพื่อยุติกระบวนการทางกฎหมายที่ยืดเยื้อ

  • บุคคลที่เกี่ยวข้อง: นอกจากตัว Sun แล้ว คดีนี้ยังครอบคลุมถึงการยกฟ้องแรปเปอร์ชื่อดังอย่าง Soulja Boy ที่เคยมีชื่อติดโผในคดีนี้ด้วย

วิเคราะห์: สัญญาณการ “ผ่อนปรน” ของหน่วยงานกำกับดูแล?

เหล่านักวิเคราะห์มองว่า การที่ SEC ยอมถอนฟ้องในครั้งนี้อาจเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนนโยบายภายในของหน่วยงาน หลังจากการเปลี่ยนแปลงผู้นำ (ภายใต้การนำของประธานคนใหม่ต่อจาก Gary Gensler) ที่เริ่มมีท่าทีประนีประนอมกับอุตสาหกรรมคริปโตมากขึ้น เปรียบเสมือนการ “ยอมความเพื่อให้เดินหน้าต่อได้” มากกว่าการไล่บี้เพื่อเอาผิดให้ถึงที่สุดเหมือนในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

Related posts