MicroStrategy เตรียมทุ่มงบเก็บ BTC เพิ่ม หลังราคาพักฐานจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์

MicroStrategy เตรียมทุ่มงบเก็บ BTC เพิ่ม หลังราคาพักฐานจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์

ข่าวสาร
March 9, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-03-09T123641.097

ท่ามกลางเมฆหมอกของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นจนฉุดดัชนีสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกร่วงกราว Michael Saylor ประธานกรรมการบริหารของ MicroStrategy กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการอีกครั้งด้วยการส่งสัญญาณจัดซื้อ Bitcoin เป็นครั้งที่ 101 โดยปัจจุบันบริษัทถือครองเหรียญรวมกว่า 720,737 BTC คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.86 ล้านล้านบาท (อ้างอิงราคาตลาดที่ประมาณ 2,580,000 บาทต่อเหรียญ) การเคลื่อนไหวนี้ตอกย้ำว่าสำหรับยักษ์ใหญ่รายนี้ “ความผันผวนคือโอกาส” ไม่ใช่ความเสี่ยง


1. สถิติใหม่ “The Orange Century” หลังจากเพิ่งประกาศเข้าซื้อครั้งที่ 100 ไปเมื่อไม่นานนี้ Michael Saylor ได้โพสต์ข้อความผ่าน X (Twitter) โดยระบุถึง “จุดส้มถัดไป” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงการซื้อครั้งที่ 101 กลยุทธ์ของเขายังคงชัดเจนคือการใช้ระบบ DCA (Dollar Cost Averaging) ในระดับองค์กร โดยไม่หวั่นเกรงต่อปัจจัยลบระยะสั้น ปัจจุบัน MicroStrategy มีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2,610,000 บาท ($75,985) ซึ่งหมายความว่าการเข้าซื้อที่ระดับราคาปัจจุบัน (ประมาณ 2.2 – 2.3 ล้านบาท) จะช่วยดึงค่าเฉลี่ยต้นทุนให้ต่ำลง

2. เมื่อ Bitcoin เผชิญบททดสอบ “สงคราม” ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและตลาดหุ้นสหรัฐฯ เกิดการเทขายครั้งใหญ่ Bitcoin เองก็ได้รับผลกระทบในช่วงแรกโดยราคาร่วงหลุดระดับสำคัญลงมา อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่านี่คือการ “เขย่าเม่า” หรือการล้างพอร์ตที่มีเลเวอเรจสูงออกไป ก่อนที่แรงซื้อจากสถาบัน (Institutional Buy) จะเริ่มกลับเข้ามาพยุงราคา ซึ่ง Saylor คือหัวหอกสำคัญในกลุ่มนี้ที่มองว่า Bitcoin คือ “ทางออก” ในสภาวะที่สกุลเงินท้องถิ่นอาจเสื่อมค่าจากงบประมาณสงคราม

3. สถานะการเงินที่ยังแข็งแกร่ง MicroStrategy ยังคงใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างการออกหุ้นกู้แปลงสภาพและการขายหุ้นสามัญเพื่อระดมทุนมาซื้อ Bitcoin แม้ปัจจุบันตัวเลขในบัญชีจะแสดงผลขาดทุนทางบัญชี (Unrealized Loss) อยู่บ้างเนื่องจากราคาตลาดต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ย แต่บริษัทมีกระแสเงินสดสำรองกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท ($1.4 Billion) ซึ่งเพียงพอต่อการชำระดอกเบี้ยและเงินปันผลได้นานถึง 21 เดือน ทำให้พวกเขาสามารถถือครองเหรียญผ่านช่วงวิกฤตไปได้โดยไม่ต้องถูกบังคับขาย

4. มุมมองในอนาคต นักลงทุนสถาบันรายอื่นเริ่มจับตามองท่าทีของ Saylor หากการเข้าซื้อครั้งที่ 101 เกิดขึ้นจริงท่ามกลางเสียงปืนในตะวันออกกลาง มันจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นครั้งใหญ่ว่า Bitcoin ได้เปลี่ยนผ่านจาก “สินทรัพย์เก็งกำไร” ไปสู่ “สินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์” ของบริษัทจดทะเบียนอย่างเต็มตัว

Related posts