แนะทางรอดของการลงทุน ในสถาณการณ์เปราะบาง ทั้งสงคราม และ ภาวะดอกเบี้ยสูง

ศิริพร สุวรรณการ Managing Director-Financial Advisory Head Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย แนะทางรอดการลงทุน ท่ามกลางภาวะสงครามในตะวันออกกลาง ในคอลัมน์ ส่องโลก สู่ขุมทรัพย์การลงทุน ไว้ว่า
ความเสี่ยงหลักในช่วงนี้คงหนีไม่พ้นประเด็นความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส กองกำลังติดอาวุธในปาเลสไตน์ ที่ทวีความตึงเครียดมากขึ้น หลังกลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลแบบไม่ทันตั้งตัวและจับตัวประกันไปกว่า 200 คนในช่วงต้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมา โดยสงครามระหว่าง 2 ฝ่ายที่มีมาอย่างยาวนาน ทำให้ประเมินได้ค่อนข้างยากว่าจะจบลงเมื่อไหร่และอย่างไร
และยังมีภาวะดอกเบี้ยสูงก็ยังเป็นความเสี่ยง เพราะค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจะบั่นทอนผลการดำเนินงานธุรกิจ อีกทั้งยังเพิ่มภาระดอกเบี้ยเงินกู้แก่ภาคครัวเรือนซึ่งจะกระทบต่อความสามารถในการบริโภคได้
ซึ่งหากยึดหลักการกระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนที่หลากหลายและปรับพอร์ตเชิงรุกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนั้น โดยสัดส่วนเงินลงทุนหลัก หรือ Core Portfolio ควรอยู่ในกองทุนผสมที่บริหารความเสี่ยงในแต่ละสินทรัพย์หลักแบบสมดุล (Risk-based Allocation) ผ่านการจัดการลงทุนอย่างเป็นระบบ มีกฎเกณฑ์ชัดเจน ไม่ขึ้นกับการคาดการณ์ของตลาดหรือผู้จัดการกองทุน และเงินลงทุนอีกส่วนหนึ่งคือ Satellite Portfolio ลงทุนทั้งในหุ้น ตราสารหนี้ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง Hedge Funds สำหรับนักลงทุนที่สามารถลงทุนระยะยาวและไม่ต้องการสภาพคล่องในช่วง 7-10 ปี สามารถแบ่งเงินลงทุนบางส่วนในสินทรัพย์นอกตลาด









