มิจฉาชีพระบาดหนัก! หลอกลงทุนคริปโต แค่ 2 เคส โดนไป 45 ล้าน รวมหลอกออนไลน์อื่น 5 วัน สูญกว่า 500 ล้าน

มิจฉาชีพระบาดหนัก! หลอกลงทุนคริปโต แค่ 2 เคส โดนไป 45 ล้าน รวมหลอกออนไลน์อื่น 5 วัน สูญกว่า 500 ล้าน

ข่าวสาร
March 22, 2024 by cryptocamping
Frame 1133 - 2024-03-22T113946.825

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอี) เผยเตือนภัยให้ประชาชนระวังการหลอกลวงจากมิจฉาชีพที่ติดต่อเข้ามาในหลากหลายรูปแบบ ให้สังเกต และงดรับสายจากหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย รวมทั้งไม่พูดคุยกับคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่รู้จักที่เข้ามาทักทายและขอเป็นเพื่อนผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย

โดยระหว่างวันที่ 11 – 15 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา Thai Police Online รับแจ้ง คดีออนไลน์ ทั้งหมด 4,565 เรื่อง มูลค่าความเสียหาย 568,744,075 บาท

จากการรายงานของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือ ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวงผ่านเครือข่ายออนไลน์ในหลายรูปแบบจำนวน 5 คดี ประกอบด้วย

คดีที่ 1 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 14,000 บาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายซื้อสินค้ารถจักรยานยนต์ ผ่านช่องทาง Facebook และได้โอนเงินดังกล่าวไป หลังจากนั้นผู้เสียหายไม่สามารถติดต่อร้านค้าได้อีก จึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

คดีที่ 2 หลอกลวงเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าความเสียหาย 17,476,000 บาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายได้ถูกชักชวนให้โอนเงินลงทุนเทรดคริปโต อ้างผลตอบแทนกำไรสูง โดยให้โอนเงินลงทุนเรื่อย ๆ ตามคำแนะนำ แต่เมื่อต้องการถอนเงินไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

คดีที่ 3 หลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน (Romance Scam) มูลค่าความเสียหาย 1,583,400 บาท รายละเอียดคดี พบว่า ผู้เสียหายรู้จักพูดคุยกับมิจฉาชีพผ่านช่องทาง X ใช้ชื่อว่า “Honey” @Honey982XXX เปิดเผยสาธารณะ รูปภาพโพรไฟล์เพศหญิง รูปร่างดี สีผิวขาว ผมยาว (แต่ปิดบังใบหน้า) มีการโพสต์ข้อความเดือดร้อนเงินทางการศึกษาการ และเงินรายได้ครอบครัวไม่เพียงพอ ผู้เสียหายเกิดความสงสาร จึงได้โอนเงินไปให้ ภายหลังเชื่อว่าตนเองน่าจะถูกมิจฉาชีพหลอก

คดีที่ 4 หลอกลวงให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบในเครื่องโทรศัพท์ มูลค่าความเสียหาย 1,025,203 บาทรายละเอียดคดี พบว่า มิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โทรศัพท์ติดต่อเข้ามาหาผู้เสียหาย แจ้งว่าเงินในบัญชีของผู้เสียหายได้มาโดยผิดกฎหมาย และมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยให้ผู้เสียหายโอนเงิน ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และกรอกข้อมูลยืนยันจากลิงก์ที่ส่งมาให้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้ โอนเงินและกรอกยืนยันข้อมูลดังกล่าวไป ภายหลังผู้เสียหายเช็คยอดเงินในบัญชีของตนพบว่า ได้ถูกโอนออกไปจากบัญชี จึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก

 

Related posts