จะเร็วอย่างเดียวไม่ได้! Anatoly Yakovenko ชี้ชะตา Solana หากไม่เปลี่ยนตอนนี้ อาจจบเห่ในสมรภูมิ L1

3.4 ล้านล้านบาท (ประมาณ $100 Billion) คือมูลค่าตามราคาตลาดที่ Solana แบกรับไว้ในฐานะบล็อกเชนประสิทธิภาพสูง แต่ล่าสุด Anatoly Yakovenko ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Solana Labs ได้ออกมาส่งคำเตือนที่สร้างความสั่นสะเทือนไปทั้งวงการว่า Solana กำลังเผชิญกับทางแยกสำคัญที่ต้อง “ปรับตัวหรือตาย” (Adapt or Die) โดยย้ำว่าความเร็วในการทำธุรกรรมที่เคยเป็นจุดขายหลักเพียงอย่างเดียว จะไม่สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ได้อีกต่อไป
สถานการณ์ปัจจุบันของ Solana แม้จะได้รับความนิยมอย่างสูงจากกระแส Meme Coin และโปรเจกต์ DePIN แต่ Yakovenko มองว่าเครือข่ายยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านความเสถียรและการกระจายศูนย์ที่แท้จริง เหตุการณ์เครือข่ายหยุดชะงักในอดีตเปรียบเสมือนสัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าโครงสร้างเดิมอาจไม่เพียงพอสำหรับการรองรับแอปพลิเคชันระดับโลกในอนาคต การปรับปรุงระบบฉันทามติและการเพิ่มความหลากหลายของ Client (เช่น Firedancer) จึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นความอยู่รอดที่ต้องเร่งทำให้สำเร็จภายในปีนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานและนักพัฒนาไหลออกไปสู่คู่แข่ง Layer 2 หรือเชนใหม่อื่นๆ
“เราไม่สามารถยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ ได้ บล็อกเชนที่หยุดนิ่งคือบล็อกเชนที่รอวันล่มสลาย” นี่คือส่วนหนึ่งของมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญที่วิเคราะห์ท่าทีของซีอีโอ Solana โดยเหล่าเซียนคริปโตมองว่าการออกมาพูดตรงๆ ครั้งนี้เป็นการกดดันทีมพัฒนาและ Validator ให้เร่งยกระดับมาตรฐานเครือข่าย เพราะในโลกของ Web3 ความเชื่อมั่นของนักลงทุนมีมูลค่ามหาศาล หาก Solana สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดด้านเทคนิคและสร้าง Ecosystem ที่มีความยืดหยุ่นสูงได้จริง มันจะเป็นการพิสูจน์ว่า SOL คือโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งที่สุดตัวหนึ่งของโลกดิจิทัล
ผลกระทบเชิงระบบจากการขยับตัวของ Solana ในครั้งนี้ส่งผลต่อภาพรวมของอุตสาหกรรม Layer 1 ทั้งหมด โดยเฉพาะการบีบให้คู่แข่งต้องเร่งพัฒนานวัตกรรมตาม หาก Solana สามารถบรรลุเป้าหมายการปรับตัวได้สำเร็จ จะเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ที่รวมเอา “ความเร็ว” และ “เสถียรภาพ” เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งจะส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นในสินทรัพย์ดิจิทัลในวงกว้าง และอาจเปลี่ยนผ่านจากยุคของการเก็งกำไรไปสู่ยุคของการใช้งานจริง (Mass Adoption) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนั่นหมายถึงการดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลจากสถาบันการเงินดั้งเดิมเข้าสู่ระบบในที่สุด









