Binance กลับมาทวงบัลลังก์! ยักษ์ใหญ่คริปโตพลิกเกมด้วยกลยุทธ์ “Lobby–Compliance” เขย่าวงการทั้งระบบ

การกลับมาของ Binance กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหม่ให้กับตลาดคริปโตทั่วโลก ยักษ์ใหญ่แห่งวงการแลกเปลี่ยนคริปโตไม่เพียงฟื้นคืนสถานะผู้นำ แต่ยังเปลี่ยนแนวทางการกำกับดูแล (compliance) ของอุตสาหกรรม ผ่านกลยุทธ์ smart lobbying และความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานกำกับดูแลในหลายประเทศ
Binance ใช้ “การเมือง” พลิกเกม สร้างกติกาใหม่ให้วงการคริปโต
ตลอดหกเดือนที่ผ่านมา Changpeng “CZ” Zhao ผู้ก่อตั้ง Binance ได้ขับเคลื่อนแคมเปญ global lobbying อย่างเงียบแต่ทรงพลัง เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นในตลาดและสร้างความสัมพันธ์กับหน่วยงานภาครัฐทั่วโลก ผลลัพธ์คือ Binance กลับมามีบทบาทสำคัญในตลาดอีกครั้ง และยังมีอิทธิพลต่อการกำหนด regulatory frameworks ที่เปิดทางให้เกิดนวัตกรรมมากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า กลยุทธ์ของ Binance กลายเป็น “ต้นแบบใหม่” ให้กับ fintech startups โดยเฉพาะในเอเชีย ที่ต้องการเติบโตในอุตสาหกรรมคริปโตอย่างถูกกฎหมายและยั่งยืน
สัญญาณความเชื่อมั่นกลับมา: ส่วนแบ่งตลาด Bitcoin ขยับแตะ 40%
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ส่วนแบ่งของ Binance ใน Bitcoin outflows ของทุก exchange ทั่วโลก เพิ่มขึ้นแตะระดับเกือบ 40% ภายในเดือนกันยายน 2025 ซึ่งสะท้อนถึงการกลับมาของความเชื่อมั่นในตลาด แรงหนุนดังกล่าวสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวเชิงนโยบายของบริษัท ทั้งการหารือกับ US Treasury และการยื่นข้อเสนอด้านคริปโตใน Hong Kong นอกจากนี้ การไหลเข้าของ stablecoins หรือ “dry powder” ยังบ่งชี้ว่านักลงทุนพร้อมกลับมาลงทุนใน Bitcoin, Ethereum และ BNB อีกครั้ง ความคล่องตัวที่เพิ่มขึ้นนี้ยังเอื้อให้ SMEs สามารถใช้ stablecoin ในระบบ cross-border payroll ได้สะดวกและมีเสถียรภาพมากกว่าเดิม
Compliance Model ใหม่: Binance เปิดทางให้ Fintech เอเชียเรียนรู้
อีกหนึ่งกุญแจสำคัญของความสำเร็จคือการตั้ง operational centers และ compliance teams ในหลายประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่น
แนวทางนี้เปิดโอกาสให้ fintech startup ในเอเชียทดลองเทคโนโลยีผ่าน regulatory sandboxes ที่ประเทศอย่างไทยและมาเลเซียจัดตั้งขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความเชื่อมั่นให้กับหน่วยงานรัฐ Binance ยังให้ความสำคัญกับ transparency และ communication with regulators โดยเน้นการเปิดเผยข้อมูลและรายงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างเสถียรภาพของตลาดคริปโตในระยะยาว
ความเสี่ยงจากการรวมศูนย์: ยักษ์ใหญ่โตเร็วเกินไป?
แม้การกลับมาของ Binance จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นในตลาด แต่ก็จุดประเด็นเรื่อง “การรวมศูนย์อำนาจ” ในระบบคริปโต เมื่อแพลตฟอร์มเดียวถือครองปริมาณการซื้อขายมากเกินไป อาจเกิดความเสี่ยงเชิงระบบ (systemic risk) หากเกิด regulatory shock หรือปัญหาด้านสภาพคล่องในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า small exchanges และ DeFi protocols จำเป็นต้องเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง เพื่อไม่ให้สูญเสียส่วนแบ่งตลาดและโอกาสในการแข่งขัน
Stablecoin Payrolls: แนวโน้มใหม่ของโลกการจ้างงานข้ามพรมแดน
ในอีกมิติหนึ่ง การกลับมาของ Binance ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานของ stablecoin ecosystem ซึ่งกำลังถูกนำมาใช้มากขึ้นในการจ่ายเงินเดือนให้พนักงานข้ามประเทศ เทรนด์ “stablecoin salaries” กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs ที่ต้องการลดต้นทุนการโอนเงินและเพิ่มความรวดเร็วในการชำระเงิน
นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของ financial inclusion ที่ทำให้บริษัทขนาดกลางและเล็กเข้าถึงระบบการเงินโลกได้ง่ายขึ้น และสะท้อนบทบาทของ Binance ในฐานะ “โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินระดับโลก”









