Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $114,500 หลังแรงหนุนจาก FOMC จาง นักลงทุนยังระวังตัว – ยังมีหวังขาขึ้น

ราคาของ Bitcoin (BTC) และเหรียญคริปโทหลักหลายตัวอ่อนแรงในคืนวันอาทิตย์ หลังจากความตื่นเต้นเรื่องการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เริ่มซาลง นักลงทุนจึงหันมาโฟกัสความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกแทน
ก่อนหน้านี้ Bitcoin เคยพุ่งใกล้ $118,000 หลัง FOMC ประกาศลดดอกเบี้ย 0.25% (25 bps) ทำให้นักลงทุนกล้าเสี่ยงมากขึ้น (risk-on sentiment) แต่การขึ้นนี้ไม่ยั่งยืน เพราะ Fed ส่งสัญญาณว่าจะตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยแบบ ประชุมต่อประชุม ไม่ได้รีบลดต่อเนื่อง Jeff Mei, COO ของ BTSE อธิบายว่า ตลาดยังไม่มั่นใจและเลือกที่จะระวังมากกว่าดันราคาต่อ
Bull Run จบแล้วหรือ?
นักวิเคราะห์บางคนมองว่ารอบขาขึ้นของคริปโท (bull cycle) ที่แรงมาตั้งแต่ต้นปี อาจใกล้สิ้นสุด แต่ก็ไม่ใช่สัญญาณร่วงแรง Rachael Lucas จาก BTC Markets กล่าวว่า นักลงทุนระยะยาวยังคงถือเหรียญ ไม่ได้รีบขาย เทรดเดอร์ระยะสั้นเริ่มกังวล แต่ยังรอจังหวะ บรรยากาศตอนนี้ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็น “nervous optimism” หรือความหวังแบบกังวล พร้อมเสริมว่า หาก Bitcoin ทะลุ $124,000 ได้ จะเป็นสัญญาณชัดเจนว่ารอบขาขึ้นยังไม่จบ
อะไรที่จะดันราคาขึ้นอีก?
แม้ตลาดซบ แต่ยังมีหลายปัจจัย (catalyst) ที่อาจทำให้ราคาคริปโทพุ่งอีกครั้ง ได้แก่ การอนุมัติ spot Bitcoin ETFs ในประเทศหรือภูมิภาคใหม่ ๆ, กระแสลงทุนจาก สถาบันการเงินรายใหญ่ หรือการยอมรับ Bitcoin ในระดับ รัฐชาติ (sovereign adoption)
สรุป
ราคาของ Bitcoin ที่ร่วงต่ำกว่า $114,500 แสดงให้เห็นว่านักลงทุนยังไม่มั่นใจในแนวโน้มเศรษฐกิจ แม้แรงขาขึ้นจะชะลอตัว แต่ตลาดยังมีโอกาสกลับมาพุ่ง หากมีปัจจัยกระตุ้นใหม่ ๆ เข้ามาในระยะต่อไป









