ตลาดคริปโตระสับ! Bitcoin ร่วงแตะ 2,785,937 บาท ขณะที่ Ethereum และ XRP เผชิญแรงเทขายหนักต่อเนื่อง

ตลาดคริปโตระสับ! Bitcoin ร่วงแตะ 2,785,937 บาท ขณะที่ Ethereum และ XRP เผชิญแรงเทขายหนักต่อเนื่อง

ข่าวสาร
January 23, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-01-23T134654.336

มกราคม 2026 เปิดฉากด้วยความร้อนแรงและความผันผวนสูง เมื่อ Bitcoin (BTC) ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 มาอยู่ที่ระดับประมาณ 2,785,937 บาท ($88,626) เช่นเดียวกับ Ethereum (ETH) ที่ดิ่งลงแตะ 91,800 บาท ($2,920) และ XRP ที่เผชิญหน้ากับแรงเทขายติดกัน 7 วันรวด โดยมีชนวนเหตุสำคัญจากความกังวลด้านนโยบายภาษีศุลกากรระหว่างประเทศและสภาวะตลาดการเงินโลกที่เริ่มเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off) ส่งผลให้มูลค่าการล้างพอร์ต (Liquidation) สูงถึงหมื่นล้านบาทภายในระยะเวลาอันสั้น


สถานการณ์ปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าแรงกดดันจากปัจจัยมหภาคกำลังเข้าครอบงำตลาดคริปโตเคอร์เรนซีอย่างเบ็ดเสร็จ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนในสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป รวมถึงความอ่อนแอของตลาดพันธบัตรในญี่ปุ่น ซึ่งทำให้นักลงทุนสถาบันเริ่มถอนสภาพคล่องออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อถือครองเงินสดมากขึ้น การปรับตัวลงของราคา Bitcoin ต่ำกว่าระดับสามล้านบาทในรอบนี้ยังสะท้อนถึงการลดลงของ Leverage ในระบบ โดยมีการล้างพอร์ตสถานะ Long ไปกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักเทรดรายย่อยที่คาดหวังการฟื้นตัวในช่วงต้นปี ขณะที่กองทุน Spot ETF ในสหรัฐฯ เริ่มรายงานตัวเลขเงินไหลออกสุทธิเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์

ในมุมมองทางเทคนิค ผู้เชี่ยวชาญหลายรายเริ่มออกมาเตือนถึงสัญญาณอันตราย โดยเฉพาะในเหรียญ XRP ที่กำลังเผชิญกับรูปแบบ “Death Cross” ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาร่วงลงไปได้อีกกว่า 50% หากไม่สามารถรักษาแนวรับสำคัญไว้ได้ ในขณะที่ Bitcoin มีแนวรับถัดไปที่แข็งแกร่งบริเวณ 2.3 ล้านบาท ($74,000) ซึ่งเป็นระดับต้นทุนเฉลี่ยของการสะสมในช่วงปลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำยังคงมองว่า “การปรับฐานครั้งนี้คือกระบวนการล้างไพ่ (Deleveraging) ที่จำเป็น เพื่อสร้างฐานราคาใหม่ที่มั่นคงก่อนจะเข้าสู่ช่วงขาขึ้นรอบใหญ่ในปี 2026” โดยเป้าหมายระยะยาวของ Ethereum ยังคงถูกขยับขึ้นไปแตะระดับหลักแสนบาทหากการอัปเกรดเครือข่ายสำเร็จตามแผน

ผลกระทบเชิงระบบในครั้งนี้เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับ Ecosystem ของ DeFi และ Layer-2 ที่เริ่มเห็นปริมาณธุรกรรมลดลงตามราคาเหรียญหลัก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือการแยกตัว (Decoupling) ของเหรียญบางกลุ่มที่มีการใช้งานจริงในภาคธุรกิจ เช่น สินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน (RWA) ที่ยังคงมีความเคลื่อนไหวเชิงบวก สภาวะตลาดเช่นนี้กำลังผลักดันให้อุตสาหกรรมคริปโตเข้าสู่ยุคของการคัดกรองโปรเจกต์ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งอย่างแท้จริง แทนที่การเก็งกำไรตามกระแสเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะส่งผลให้โครงสร้างตลาดในระยะยาวมีความเสถียรและเป็นมืออาชีพมากขึ้นตามรอยตลาดทุนดั้งเดิม

Related posts