เปิดรายงานก่อนส่งสภา! ผลการศึกษา จะใช้คริปโต เล่นกาสิโนถูกกฎหมาย หรือจ่ายในสถานบันเทิงครบวงจรได้หรือไม่

จากรายงานการศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมายและเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รมช.คลัง เป็นประธานกมธ.
ในรายงานจำนวน 98 หน้า ถูกจัดพิมพ์เสร็จเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 14 มีนาคม 2567 ก่อนส่งรายงานให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติรับรอง และส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามขั้นตอนต่อไป
ในเรื่องผลการศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการมีสถานบันเทิงครบวงจร ความเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กรณีการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร และการนำเงินสกุลดิจิทัล หรือคริปโตเคอร์เรนซีมาใช้จ่ายภายในสถานบันเทิงครบวงจรเป็นค่าสินค้าหรือบริการได้หรือไม่
ธปท.ให้ความเห็นว่า จริง ๆ แล้วเงินดิจิทัลดังกล่าวไม่มีคุณสมบัติที่จะใช้ในการชำระหนี้ได้ ยกตัวอย่างเช่น บิทคอยน์ ซึ่งมีมูลค่าความผันผวนสูง ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลหลักในเรื่องของสกุลเงินดิจิทัล เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจมีการนำคริปโตเคอร์เรนซีมาใช้ในการชำระหนี้แทนเงินบาท ระบบการชำระเงินถือเป็นส่วนสำคัญของประเทศ ซึ่งจะมีมาตรการต่าง ๆ ในการกำกับดูแลอยู่
และในส่วนสกุลเงินดิจิทัลที่จะออกโดยธนาคารกลางของแต่ละประเทศ (Central Bank Digital Currency : CBDC) จะมีความแตกต่างจากบิทคอยน์ เพราะเป็นเงินที่ธนาคารเป็นผู้ออก ซึ่งเหมือนเงินตราที่ประชาชนใช้ตามปกติ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบการนำมาใช้ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
แต่ CBDC ยังอยู่ในขั้นของการศึกษา ไม่ได้มีการนำออกมาใช้จริง รวมถึงต่างประเทศที่ยังไม่ได้มีการประกาศใช้อย่างจริงจัง อย่างอีกประเทศไทยมีระบบการชำระเงินที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น QR Code Payment หรือ ผ่านระบบพร้อมเพย์ ซึ่งสามารถใช้บริการได้ฟรี สะดวก และรวดเร็ว
และสำหรับการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีกาสิโนถูกกฎหมายรวมอยู่ด้วย และต้องการนำเงินสกุลดิจิทัลมาใช้ในการเล่นพนันจะทำได้หรือไม่ กรณีนี้น่าจะคล้ายกันกับการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) หรือ บัตรอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การนำบัตรไปใช้ในศูนย์อาหาร รถไฟฟ้า บัตรเติมเงินต่าง ๆ ซึ่งจะมีรูปแบบถึงการให้บริการในวงจำกัด แต่จะต้องดูว่าเข้าข่ายที่จะต้องขออนุญาตหรือไม่









