“จาก ‘ของฟรี’ สู่ ‘กลไกราคา’: เจาะลึกจุดเปลี่ยนคริปโต เมื่อ Capital Markets เข้ามาแทนที่ความหวังจาก Airdrop”

“จาก ‘ของฟรี’ สู่ ‘กลไกราคา’: เจาะลึกจุดเปลี่ยนคริปโต เมื่อ Capital Markets เข้ามาแทนที่ความหวังจาก Airdrop”

ข่าวสาร
January 2, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-01-02T115041.636

$0 คือมูลค่าที่แท้จริงของความหวังที่ไม่มีพื้นฐานรองรับ เมื่อกระแส Airdrop ที่เคยสร้างเศรษฐีชั่วข้ามคืนเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัดในปี 2024-2025 ทำให้นักลงทุนและนักพัฒนาโปรเจกต์ต้องเผชิญกับความจริงใหม่ที่ว่า “ยุคของการเผาเหรียญเพื่อเรียก User ได้จบลงแล้ว” ปัจจุบันอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่เฟสที่เรียกว่า “Institutionalization” หรือการปรับโครงสร้างสู่ตลาดทุนที่เป็นระบบ ซึ่งให้ความสำคัญกับรายได้ที่แท้จริง (Real Yield) และสภาพคล่องที่มีคุณภาพมากกว่าตัวเลขผู้ใช้งานปลอมๆ


ปรากฏการณ์ความล้มเหลวของโปรเจกต์บิ๊กเนมหลายตัวที่เปิดตัวในช่วงที่ผ่านมา เป็นหลักฐานชั้นดีที่ชี้ให้เห็นว่ากลยุทธ์การตลาดแบบเดิมเริ่มไม่ได้ผล เมื่อโทเคนใหม่ๆ ที่เข้าสู่ตลาดผ่านการ Airdrop กลับมีแรงเทขายอย่างหนักตั้งแต่วันแรกที่ลิสต์เข้ากระดานเทรด ส่งผลให้ราคาดิ่งลงกว่า 80-90% ในเวลาอันสั้น เหตุการณ์นี้ไม่ได้กระทบเพียงแค่นักล่า Airdrop เท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงความเชื่อมั่นของ Venture Capital ที่เริ่มตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของโมเดลธุรกิจในโลก Web3 ที่ขาดการสร้างกระแสเงินสดจริง การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการจับตามองของหน่วยงานกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น ทำให้โปรเจกต์ใหม่ๆ ต้องเปลี่ยนทิศทางจากการหว่านเหรียญเป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้งานในระดับสถาบัน เพื่อดึงดูดเม็ดเงินที่มีคุณภาพและมีระยะเวลาการถือครองที่ยาวนานกว่าเดิม

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์โทเคนมองว่า สิ่งที่เรากำลังเห็นคือ “Natural Selection” หรือการคัดเลือกโดยธรรมชาติของตลาดทุน โดยบทเรียนสำคัญจากความล้มเหลวของ Airdrop Season คือการที่ชุมชนผู้ใช้ไม่ได้มีความจงรักภักดีต่อโปรโตคอล (Protocol Loyalty) แต่มีความจงรักภักดีต่อผลกำไรระยะสั้นเท่านั้น “การสร้างแรงจูงใจด้วยเหรียญที่ไม่มีมูลค่ารองรับ เปรียบเสมือนการสร้างบ้านบนพื้นทราย” คือคำนิยามที่ชัดเจนที่สุดของยุคสมัยนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าความสำเร็จในอนาคตจะไม่ได้วัดกันที่ยอด Total Value Locked (TVL) ที่พุ่งสูงชั่วคราวจากการฟาร์มเหรียญ แต่จะวัดที่อัตราการหมุนเวียนของทุนและการสร้างรายได้ที่สามารถนำกลับมาหล่อเลี้ยง Ecosystem ได้จริง ซึ่งถือเป็นการนำหลักการของตลาดหุ้นดั้งเดิม (TradFi) มาปรับใช้กับโลกคริปโตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผลกระทบเชิงระบบที่เกิดขึ้นนี้ กำลังส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานของคริปโต (Infrastructure) เริ่มมีความซับซ้อนและมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น เราเห็นการเกิดขึ้นของเครื่องมือทางการเงินใหม่ๆ เช่น On-chain Derivatives, RWA (Real World Assets) และโซลูชันการจัดการสภาพคล่องที่แม่นยำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือกระดูกสันหลังของระบบเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่ การเปลี่ยนผ่านจากยุค Airdrop สู่ยุค Capital Markets ไม่ได้หมายความว่าโอกาสในการทำกำไรหายไป แต่มันหมายถึงการที่นักลงทุนต้องปรับตัวจากการเป็นผู้รับของฟรี มาเป็นผู้จัดสรรเงินทุนที่มีความรู้ความเข้าใจในกลไกของตลาดอย่างแท้จริง ซึ่งนี่คือสัญญาณบวกที่ชี้ว่าอุตสาหกรรมคริปโตก้าวพ้นช่วงวัยเด็กที่เน้นการเก็งกำไรแบบไร้ทิศทาง เข้าสู่ช่วงวัยผู้ใหญ่ที่มีเสถียรภาพและพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินโลกอย่างเต็มตัว

Related posts