สวนทางขั้ว! ทองคำพุ่งทำ All-Time High แตะ 158,000 บาท ขณะ Bitcoin ร่วงหลุด 3.1 ล้านบาท

สวนทางขั้ว! ทองคำพุ่งทำ All-Time High แตะ 158,000 บาท ขณะ Bitcoin ร่วงหลุด 3.1 ล้านบาท

ข่าวสาร
January 19, 2026 by cryptocamping
Frame 1130 - 2026-01-19T132610.760

19 มกราคม 2026 — ตลาดการเงินโลกเผชิญความผันผวนอย่างรุนแรงในช่วงต้นสัปดาห์ หลังราคา Bitcoin (BTC) ร่วงลงกว่า 3% หลุดระดับ 3,100,000 บาท ($92,000) ท่ามกลางภาวะ “Risk-off” ที่นักลงทุนแห่เทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อโยกเงินเข้าหาทองคำ ซึ่งพุ่งทะยานทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ราว 158,000 บาท ($4,690) ต่อออนซ์ ชนวนเหตุสำคัญมาจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (EU) ที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังบรัสเซลส์ขู่เปิดใช้งานมาตรการตอบโต้ขนานใหญ่หรือ “Trade Bazooka” เพื่อตอบโต้คำขู่ด้านภาษีจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์


แรงเทขายในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้นักลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์สถูกล้างพอร์ต (Liquidation) รวมมูลค่ากว่า 29,000 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง โดยมี Bitcoin เป็นศูนย์กลางของความผันผวนนี้ สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแผนจัดเก็บภาษีนำเข้าจากกลุ่มประเทศยุโรป 8 ประเทศ รวมถึงเยอรมนีและฝรั่งเศส เพื่อบีบบังคับในประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้สหภาพยุโรปตอบโต้ด้วยการเตรียมบังคับใช้ “Anti-Coercion Instrument” หรือมาตรการต่อต้านการบีบบังคับทางการค้าที่ถูกขนานนามว่า “Trade Bazooka” ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามการค้าข้ามแอตแลนติกครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ

Richard Galvin ผู้ร่วมก่อตั้งกองทุน Digital Asset Capital Management ระบุว่า “โมเมนตัมขาขึ้นของ Bitcoin ถูกทำลายลงทันทีเมื่อเจอกับกำแพงภาษีรอบใหม่ ความแตกต่างของราคาทองคำที่พุ่งทำ All-Time High ในขณะที่ Bitcoin ร่วงลง สะท้อนชัดเจนว่าตลาดกำลังมองหา ‘ความปลอดภัยที่เป็นรูปธรรม’ มากกว่า ‘ทองคำดิจิทัล’ ในช่วงที่ความขัดแย้งเชิงโครงสร้างระบบเศรษฐกิจโลกกำลังเกิดขึ้น” ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่านี่คือบทพิสูจน์สำคัญของสินทรัพย์ดิจิทัลว่าจะสามารถรักษาคุณสมบัติการเป็น Safe Haven ได้จริงหรือไม่ หากโลกก้าวเข้าสู่ภาวะสงครามการค้าเต็มรูปแบบที่ไร้กฎเกณฑ์ดั้งเดิมมารองรับ

ความขัดแย้งครั้งนี้ไม่ได้กระทบเพียงแค่ราคาตลาด แต่กำลังส่งผลต่อโครงสร้าง Ecosystem ของเทคโนโลยีและการเงินในระยะยาว หากยุโรปตัดสินใจดึงสลัก “Trade Bazooka” ออกมาใช้จริง บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ ที่มีฐานรายได้ในยุโรปอาจถูกเรียกเก็บภาษีดิจิทัลเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อสภาพคล่องในตลาดทุนและส่งผลต่อเนื่องไปยังความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงอย่างคริปโตเคอร์เรนซี นอกจากนี้ การปรับตัวของทองคำสู่ระดับราคาใหม่ยังเป็นการส่งสัญญาณเตือนว่า ระเบียบโลกทางการเงินกำลังเปลี่ยนผ่านจากสงครามการค้าไปสู่สงครามภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ซึ่งอาจทำให้ปี 2026 กลายเป็นปีที่นักลงทุนต้องปรับพอร์ตเข้าสู่สินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำมากกว่าเดิม

Related posts