ปิดฉากยุคเก็บค่าธรรมเนียม! Uniswap Labs ประกาศยกเลิก Interface Fee มุ่งเน้นสร้างมูลค่าให้เหรียญ UNI ผ่านการ Burn

Uniswap Labs สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาด DeFi อีกครั้งหลังประกาศปรับลดค่าธรรมเนียม Interface Fee บนหน้าเว็บและ Wallet อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา โดยการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญจากการเก็บรายได้ผ่านส่วนต่อประสาน (Front-end) ไปสู่การสร้างมูลค่าโดยตรงให้กับโปรโตคอลและผู้ถือเหรียญ UNI ผ่านกลไก “Fee Switch” และการเบิร์นเหรียญที่คาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 800 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นการปฏิรูปโครงสร้างรายได้ที่อาจเปลี่ยนภาพลักษณ์ของ Uniswap จากเดิมที่เป็นเพียงแอปพลิเคชันเทรด ให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเติบโตตามการใช้งานจริง (Value Accrual Asset)
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปลายปี 2025 นี้ ถือเป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาดของ Hayden Adams และทีมงาน Uniswap Labs โดยการยกเลิกค่าธรรมเนียม Interface Fee 0.25% ที่เคยจัดเก็บสำหรับผู้ที่ใช้งานผ่านหน้าเว็บอย่างเป็นทางการและ Uniswap Wallet โดยตรง เป้าหมายหลักคือการดึงดูดผู้ใช้งานให้กลับมาที่ช่องทาง Native ของโปรโตคอลอีกครั้ง หลังจากที่ถูกผู้รวบรวมสภาพคล่อง (Aggregators) รายอื่นดึงส่วนแบ่งตลาดไปในอดีต การขยับตัวครั้งนี้ไม่ได้มีผลแค่เพียงลดภาระค่าใช้จ่ายของเทรดเดอร์ แต่ยังเป็นการเปิดทางให้ข้อเสนอ “UNIfication” ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยรายได้จะถูกส่งตรงไปยังโปรโตคอลเพื่อการเบิร์นเหรียญ UNI ซึ่งเป็นการลดอุปทานหมุนเวียนและสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือครองในระยะยาว แทนที่จะเป็นรายได้เข้าบริษัทแม่เพียงอย่างเดียว
นักวิเคราะห์จากหลายสถาบันมองว่านี่คือ “จุดเปลี่ยนผ่าน” (Inflection Point) ของเหรียญ UNI ที่หลายคนเคยสบประมาทว่าเป็นเพียงเหรียญที่มีไว้เพื่อออกเสียงโหวตแต่ไม่มีมูลค่าในเชิงเศรษฐกิจ “เรากำลังเห็นการขยับตัวของยักษ์ใหญ่ DeFi ที่ปรับตัวตามความต้องการของตลาดโลกที่โหยหา Real Yield และกลไก Deflationary” หนึ่งในนักวิเคราะห์ระบุ การที่ Uniswap ยอมทิ้งรายได้จากค่า Interface Fee ที่สร้างเม็ดเงินมหาศาลต่อปี เพื่อแลกกับการสร้างความยั่งยืนให้โปรโตคอล สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในวอลุ่มการเทรดที่จะเติบโตขึ้นจากการเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของโลกคริปโต นอกจากนี้ การขยายตัวไปยังเครือข่ายใหม่ๆ อย่าง X Layer ของ OKX และการใช้เทคโนโลยีจาก LayerZero ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการเป็น Cross-chain Interface ที่ไร้รอยต่อ
การตัดสินใจของ Uniswap จะสร้างแรงกดดันมหาศาลให้แก่คู่แข่งในกลุ่ม Decentralized Exchange (DEX) อื่นๆ ที่ยังคงโมเดลการเก็บค่าธรรมเนียมหน้าเว็บแบบเดิมอยู่ หากเบอร์หนึ่งของตลาดเลือกที่จะ “เทรดฟรี” บนหน้าเว็บตัวเอง คู่แข่งรายอื่นย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปรับลดราคาหรือปรับโมเดลธุรกิจตาม นอกจากนี้ การเปิดใช้ Fee Switch ยังส่งสัญญาณว่ากฎระเบียบในสหรัฐฯ เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นสำหรับโปรโตคอล DeFi ทำให้ Uniswap กล้าที่จะเชื่อมโยงรายได้จากธุรกรรมเข้ากับมูลค่าเหรียญโดยตรง (Value Capture) ซึ่งจะเป็นบรรทัดฐานสำคัญให้กับโปรโตคอล Blue-chip อื่นๆ อย่าง Aave หรือ Curve ในการดำเนินการตามแนวทางเดียวกันเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดและฐานนักลงทุนในอนาคต









