เปิดฉากเดือด! Genesis Global ดำเนินคดีกับ DCG และ Barry Silbert กรณีใช้วงใน ทำธุรกรรมไม่โปร่งใสจนบริษัทล้มละลาย

บทนำ: ใครจะอยู่ ใครจะไป? สัปดาห์นี้ วงการคริปโต ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อ Genesis Global บริษัท Crypto lending ที่เคยส่งอิทธิพลสูง ได้เปิดฉากต่อสู้คดีกับ Digital Currency Group (DCG) และซีอีโอ Barry Silbert โดยอ้างว่าถูกใช้ “วงใน” ดำเนินธุรกรรมแบบไม่โปร่งใสจนบริษัทถึงขั้นล้มละลาย การต่อสู้ทางกฎหมายครั้งนี้นับเป็นอีกจุดพลิกผันที่จะสะเทือนวงการคริปโตในวงกว้าง
ดีเทลสำคัญ: ชุดฟ้องสองคดีมูลค่าหลายพันล้าน คดีแรก: ร้องขอเงินชดเชยกว่า 2.2 พันล้านดอลลาร์ Genesis Global เปิดเผยว่าคดีแรกถูกยื่นต่อศาล Delaware Court of Chancery เพื่อทวงคืนมูลค่าทรัพย์สินดิจิทัลกว่า 2.2 พันล้านดอลลาร์ ในรูป Bitcoin, Ethereum และคริปโตอื่น ๆ โดยหวังนำทรัพย์สินเหล่านี้กลับมาชำระเจ้าหนี้อีกจำนวนมาก เหตุการณ์นี้เกิดหลังจากที่ Genesis กล่าวหา Barry Silbert และดีลวงในที่ส่งผลให้บริษัทขาดสภาพคล่องอย่างร้ายแรง คดีสอง: ธุรกรรม ‘เงามืด’ อีกกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ อีกหนึ่งชุดฟ้องที่ยื่นในศาล U.S. Bankruptcy Court for the Southern District of New York ระบุว่ามีการโอนเงินแบบ “ฟอก” รวมมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ไปยัง DCG และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น DCG International และการจ่ายค่า “ภาษี” ที่อาจเป็นเท็จอีกราว 34 ล้านดอลลาร์ โดยธุรกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Genesis กำลังเผชิญปัญหาสภาพคล่องอย่างหนักหลังวิกฤต Terra-Luna และการล้มของ FTX ในปี 2022
เบื้องหลังและบทเรียน: ความเสี่ยงในระบบ ตามเอกสารทางกฎหมาย Genesis มีปัญหาทางการเงินสะสมมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 โดยมีภาระเงินกู้รวมกว่า 14 พันล้านดอลลาร์ แม้ว่าจะมีรายงานจากบริษัทที่ปรึกษา Oliver Wyman เตือนล่วงหน้าถึงความเสี่ยง แต่ทาง DCG กลับไม่ดำเนินการแก้ไข จนทำให้ Genesis ต้องก้าวสู่กระบวนการ Chapter 11 เมื่อเดือนมกราคม 2023 และสรุปแผนปรับโครงสร้างได้สำเร็จในเดือนสิงหาคม 2024 ก่อนเริ่มทยอยคืนทรัพย์สินมูลค่ากว่า 4 พันล้านดอลลาร์แก่เจ้าหนี้
บทสรุปและแง่คิด: เหตุการณ์ที่สะท้อนความอ่อนไหวของวงการคริปโต ไม่เพียงแต่การฟ้องร้องระหว่าง Genesis และ DCG จะเป็นคีย์หลักในการตรวจสอบการบริหารภายในวงการคริปโต แต่ยังเป็นตัวอย่างของการขาด Internal Controls ในตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว กรณีนี้ยังเกี่ยวพันกับการดำเนินการของ SEC ที่ประกาศเอาผิดทั้ง DCG และ Genesis ข้อหาหลอกลวงนักลงทุน และปรับ DCG เป็นเงินกว่า 38 ล้านดอลลาร์อีกด้วย









