กลัว หรือ กล้า! คริปโตเคอร์เรนซี่ ทองคำ หุ้นเทค พากัน all-time high ในขณะที่เศรษฐกิจชะลอตัว

ช่วงที่ผ่านมาเรียกได้ว่าทำให้นักลงทุนตื่นตัวพอสมควร โดยทั้ง คริปโตเคอร์เรนซี่ ทองคำ หุ้นเทคโนโลยี เรียกได้ว่ามีความมั่งคั่ง
โดยส่วนหนึ่งได้แรงหนุนมาจากทิศทางดอกเบี้ยทั่วโลกที่เริ่มส่งสัญญาณเป็นขาลง หลังอัตราเงินเฟ้อปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เม็ดเงินลงทุนของนักลงทุนไหลไปมายังสินทรัพย์อื่น อย่างทองคำและคริปโตมากขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคา Bitcoin เองก็แตะระดับสูงสุดใหม่แล้วเช่นกัน ด้านหุ้นเทคโนโลยีไม่น้อยหน้า บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง ก็ได้บันทึกระดับราคาสูงสุดใหม่ในปีนี้เช่นกัน
เมื่อราคาสินทรัพย์ดังกล่าวมั่งคั่งขึ้นเป็นธรรมดาที่นักลงทุนจะจับจ้องอีกครั้ง กูรูหลายคนยังคงเตือนการลงทุนยังต้องระมัดระวัง อย่าให้มีคำว่าตกรถ และ ติดดอยมากวนใจมากนัก การบริหารและจัดการการเงินให้ดีเป็นสิ่งสำคัญ
สำหรับทองคำ นายกสมาคมค้าทองคำมองว่า แนวโน้มราคาทองคำมีโอกาสจะเห็นขยับแตะ 38,000 บาทในช่วงไตรมาส3-4 ของปีนี้ แต่ราคาระยะสั้นยังผันผวนและปรับราคาขึ้นหรือลงค่อนข้างเร็ว ดังนั้นอยากเตือนผู้ลงทุนให้ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เพราะมีโอกาสที่ทางกองทุนโดยเฉพาะกองทุนยุโรป จะเทขายกองทุนออกมาเพื่อทำกำไรอยู่
ด้านคริปโตเคอร์เรนซี CryptoQuant รายงานว่า แม้นักลงทุนระยะยาวยังคงมั่นใจว่า อุปสงค์บิทคอยน์ที่เพิ่มขึ้นผ่าน ETF ใหม่ของสหรัฐฯ และอุปทานที่ลดลงหลังช่วง Bitcoin Halving ในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ จะผลักดันราคาบิทคอยน์ให้ทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ แต่บรรดานักวิเคราะห์บางส่วนเชื่อว่า การเพิ่มขึ้นของอุปสงค์บิทคอยน์ จะผลักดันให้ราคาพุ่งขึ้นต่อไปในระยะสั้นเท่านั้น และอาจชะลอตัวลงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากอัตราผลกำไรที่ยังไม่ได้รับรู้ (unrealized profit margins) ใกล้ถึงระดับสูงสุด ส่วนราคาของบิทคอยน์ที่รับรู้แล้ว อยู่ที่ประมาณ 42,700 ดอลลาร์สหรัฐ









