Figma และ Anthropic ปล่อยเครื่องมือใหม่ ‘Code to Canvas’ อาวุธลับที่ทำให้นักพัฒนาไม่ต้องเริ่มจากศูนย์

วงการออกแบบและซอฟต์แวร์ต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อ Figma แพลตฟอร์มดีไซน์ระดับโลก ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Anthropic ยักษ์ใหญ่ด้าน AI เพื่อเปิดตัวฟีเจอร์ “Code to Canvas” เครื่องมืออัจฉริยะที่จะเปลี่ยนซอร์สโค้ด (Source Code) ให้กลายเป็นหน้าจอการออกแบบที่พร้อมใช้งานบน Figma ทันที ช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนและสร้างสะพานเชื่อมระหว่างนักพัฒนากับดีไซน์เนอร์ให้ไร้รอยต่อยิ่งกว่าเดิม
จุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่ทรงพลัง Figma ได้นำโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ตระกูล Claude ของ Anthropic มาผสานเข้ากับระบบ เพื่อแก้ปัญหาใหญ่ของคนทำงานสายเทค นั่นคือ “ช่องว่างระหว่างการเขียนโค้ดและการออกแบบ” โดยปกติแล้ว การจะนำสิ่งที่เขียนด้วยโค้ดกลับมาทำเป็นดีไซน์ใน Figma ต้องใช้การแคปหน้าจอหรือวาดใหม่ทั้งหมด แต่ฟีเจอร์ Code to Canvas จะทำหน้าที่เป็นล่ามส่วนตัวที่อ่านโค้ดแล้ววาดออกมาเป็นภาพให้ทันที
พลังของ Code to Canvas ทำอะไรได้บ้าง?
-
จากโค้ดสู่ภาพ: เพียงแค่นำ URL ของ GitHub หรือไฟล์โค้ดใส่ลงไป ระบบจะวิเคราะห์โครงสร้างและสร้าง Layout บน Figma ให้โดยอัตโนมัติ
-
ความแม่นยำสูง: ด้วยความฉลาดของ Claude 3.5 Sonnet ทำให้การตีความองค์ประกอบหน้าตาแอปพลิเคชัน (UI) มีความแม่นยำสูงมาก
-
ลดเวลา ลดค่าใช้จ่าย: หากเปรียบเทียบกับต้นทุนค่าจ้างนักพัฒนาและดีไซน์เนอร์ที่ต้องนั่งคุยกันหลายชั่วโมง เครื่องมือนี้ช่วยประหยัดงบประมาณไปได้มหาศาล (มูลค่าการจ้างงานในโปรเจกต์ระดับกลางอาจสูงถึงหลายแสนบาท)
นัยสำคัญต่อการลงทุนในอนาคต การที่ Figma เลือก Anthropic แทนที่จะเป็น OpenAI (ผู้สร้าง ChatGPT) สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันในสมรภูมิ AI ที่เข้มข้นขึ้น การขยับตัวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ แต่เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ของ “Product Productivity” ที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่บริษัทสาย SaaS (Software as a Service) มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่เน้นการนำ AI มาใช้จริงในระดับ Worklfow









